Posted by: kratauy | ตุลาคม 8, 2009

น้ำผึ้งขม

…ปุริม  พิษณุการ หรือชื่อที่คนในครอบครัวคุ้นเคยว่า คุณปุ๊ นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมชื่อดังต้องปวดหัวอย่างหนัก เมื่อแขกต่างประเทศระดับวีไอพีดันลืมกระเป๋าใส่เอกสารสำคัญรวมทั้งเงินจำนวนมากไว้บนรถแท๊กซี่ ซึ่งในระหว่างที่เขาและพนักงานโรงแรมกำลังพยายามวิ่งพล่านตามหาของสำคัญที่หายไปอยู่นั้น หญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระเป๋าใบนั้น เธอส่งมอบของสำคัญให้กับแขกวิไอพีชาวต่างประเทศท่านนั้นอย่างครบถ้วนทุกชิ้น ซ้ำยังไม่ยอมรับเงินรางวัลตอบแทนที่เขาหยิบยื่นให้ สร้างความประทับใจให้กับปุริมเป็นอย่างมาก แม้จะปะทะคารมกันด้วยความเข้าใจผิดในตอนแรก แต่ปุริมก็สั่งผู้จัดการให้ตามตัวหญิงสาวที่มีอาชีพเป็นไกด์อิสระคนนี้มาทำงานที่โรงแรมให้ได้ เพราะต้องการคนที่ซื่อสัตย์มาเป็นพนักงาน

 กังสดาล สัตยาวัตต์ (นุ้ย) เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ ไก่ แฟนหนุ่มฟังอย่างหัวเสีย ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจทำดีแล้วยังโดนปุริมค่อนแคะ แถมกลับบ้านก็ยังโดน โรส ผู้เป็นแม่ตำหนิอีกที่ไม่ยอมเก็บเงินไว้เองทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโรสเป็นหนี้พนันหัวโต

 กังสดาลกลับมาสมัครงานที่โรงแรมตามที่ผู้จัดการโทรเรียกตัว แต่ยังตกลงเรื่องเงินเดือนไม่ได้ เพราะปุริมไม่อยู่ต้องพา จวงจันทน์ ไปโรงพยาบาล กังสดาลเลยขอลากลับ แต่ก่อนที่จะออกจากโรงแรมก็เจอกับปุริมอีกจนได้ กังสดาลเข้าใจผิดคิดว่าปุริมเป็นพนักงานบาร์เทนเดอร์ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันอีก สุดท้ายกังสดาลเหลืออดถึงกับประกาศว่า ถ้าโรงแรมมีพนักงานห่วย ๆ อย่างปุริม ตนเองจะไม่มีวันเข้ามาทำงานที่นี่เพราะไม่อยากห่วยตามไปด้วย

 แต่แล้วเหมือนบุญนำกรรมส่งเพราะเมื่อกังสดาลย้อนไปถึงบ้านแล้วพบว่าเจ้าหนี้พาเหรดกันมาทวงหนี้พนันจากโรส กังสดาลขอเวลาหางานทำเพื่อใช้หนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีที่ไหนรับ ไก่เองก็พยายามที่จะช่วยกังสดาลด้วยการเอาเงินที่รับจ๊อบวาดรูปมาให้ แต่นั่นก็ยังไม่พอกับหนี้ที่โรสทำไว้

 กังสดาลจึงต้องดั้นด้นกลับไปขอสมัครงานที่โรงแรมปุริม และพบว่าบาร์เทนเดอร์ที่เธอเหม็นขี้หน้านักหนานั้นนะที่แท้คือเจ้าของโรงแรม แต่กังสดาลก็ต้องนึกถึงหนี้ของแม่ และพยายามขอโทษปุริมที่เคยพูดจาล่วงเกินแต่กลับเจอปุริมเชิดใส่ ซ้ำบอกไม่มีอารมณ์รับพนักงานเพิ่ม กังสดาลเหลืออดประกาศลั่นว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่โรงแรมนี้อีก

 ปุริมชอบใจที่ยั่วหญิงสาวให้โกรธได้ แต่พอได้อ่านเอกสารที่หญิงสาวกรอกใบสมัครทิ้งไว้ระบุชื่อ กังสดาล สัตยาวัตต์ ปุริมแทบช็อก รีบขับรถตามหญิงสาวออกมาจากโรงแรมจนไปถึงบ้าน และสิ่งที่ปุริมสังหรณ์ใจก็เป็นจริง เมื่อพบว่ากังสดาลเป็นลูกของโรส ผู้หญิงที่ทำให้แม่เขาต้องตาย ทำให้ชีวิตเขาล่มจมพังพินาศจนสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นผู้หญิงที่เขาเคยรักจนหมดหัวใจ และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นให้ถึงที่สุด ซึ่ง ณ บัดนี้ เวลานั้นมาถึงแล้ว

 ปุริมเริ่มแผนการหวนกลับไปหาโรสอีกครั้งในขณะที่โรสกำลังจนมุมโดนนักเลงตามทวงหนี้ จนเกือบจะต้องยกกังสดาลให้กับเสี่ยผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งเพื่อล้างหนี้ ปุริมเสนอเงิน 3 ล้านตัดหน้าเสี่ย  เพื่อซื้อใจของโรสซึ่งออกอาการดีใจจนเนื้อเต้นที่จะปลดหนี้สำเร็จ และแอบหวังว่าปุริมจะกลับมารักและแต่งงานกับตัวเอง แต่ในที่สุดก็โดนปุริมหลอกให้อายคนทั้งงาน แถมยังปล่อยหมัดเด็ดด้วยการจับเซ็นสัญญายกกังสดาลให้เพื่อใช้ขัดดอกเงิน 3 ล้านที่ใช้หนีพนันแทนโรส โรสทั้งเจ็บและอายแต่ก็ต้องยอมทำตามปุริม

 แต่ขึ้นชื่อว่าโรสซะอย่างก็อดหวังไม่ได้ว่าปุริมอาจจะใจอ่อน ยอมแต่งงานยกย่องให้เกียรติและรักกังสดาลเหมือนกับที่เคยทำกับตนเอง กังสดาลขมขื่นใจที่ต้องกลายเป็นเหมือนสิ่งของที่ถูกขายทอดตลาด หญิงสาวยิ่งทั้งแค้นใจ เสียใจกับโชคชะตาของตัวเอง และที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่รู้จะพูดหรืออธิบายให้ไก่ฟังอย่างไรได้

 ปุริมบังคับให้กังสดาลมาทำงานที่โรงแรม กังสดาลแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ เพราะปุริมคอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา แต่นุ้ยก็ยังหาเวลามาพบไก่และไปไหนมาไหนด้วยกันจนเรื่องรู้ถึงหูปุริม เขาหงุดหงิดและสั่งให้เธออยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลาโดยอ้างสิทธิ์ว่าเธอเป็นสมบัติของเขาแล้ว ไม่มีสิทธิ์ไปไหนมาไหนกับผู้ชายอื่นอีก ถึง แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นคู่รักของเธอก็ตาม

 ปุริมพากังสดาลมาแนะนำให้จวงจันทน์รู้จักที่บ้าน ทันทีที่จวงจันทน์รู้ว่ากังสดาลเป็นลูกของโรส ความชิงชังอิจฉาริษยาแต่หนก่อนก็ปะทุขึ้นในใจทันที เพราะปุริมเคยเป็นแฟนจวงจันทน์มาก่อน แต่ถูกโรสซึ่งเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดงาบปุริมไปต่อหน้าต่อตา จวงจันทน์เสียใจหนักจนต้องประชดรักด้วยการแต่งงานกับญาติผู้พี่ของปุริม ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้จวงจันทน์เกลียดขี้หน้ากังสดาลในทันที และเรื่องที่วุ่นวายก็กลับชุลมุนหนักขึ้นไปอีกเพราะไก่ดันเป็นลูกของจวงจันทน์ และคนที่ช็อกยิ่งกว่าใครก็คือไก่ ที่รู้ว่าคนรักของตัวเองกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของปุริม ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเขามาตั้งแต่พ่อตาย

 รั้วบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารของปุริมดูคับแคบน่าอึดอัดไปสำหรับทุกคนที่ต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกันอย่างคับแค้นใจ กังสดาลรู้สึกกดดันที่ปุริมเลี้ยงเธออย่างดูแคลน และใช้งานสารพัด แต่กลับยกย่องจวงจันทน์ทุกอย่างราวกับจวงจันทน์เป็นภรรยา ส่วนเธอเป็นนางบำเรอทางนิตินัย เมื่อเธอถามถึงวิธีที่จะเป็นอิสระจากเขา ปุริมก็ประกาศก้องว่ามีอยู่เงื่อนไขเดียวนั่นคือ หาเงินมาใช้หนี้เขาให้ได้ กังสดาลแค้นใจจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด เพราะหนทางที่เธอจะหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาได้ก็ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเธอ ซึ่งนั้นหมายความว่าเธอต้องถูกขังอยู่ในบ้านซึ่งเปรียบเสมือนนรกนี้ไปจนวันตาย

 ไก่เองก็จำต้องอยู่ในบ้านอย่างทุกข์ระทม เขาขอร้องและขอสัญญาจากปุริมว่าจะหาเงิน ๓ ล้านบาทมาใช้หนี้แทนกังสดาล เมื่อถึงวันนั้นขอให้ปุริมปล่อยกังสดาลให้เป็นอิสระ ปุริมไม่พูดอะไรแต่ในใจเกิดความรู้สึกขัดแย้งอย่างรุนแรง เขาทำถูกรึเปล่าที่พรากเด็กสองคนจากกัน แต่เมื่อนึกถึงความหลังและยิ่งเห็นพฤติกรรมติดเหล้าและการพนันอย่างถอนตัวไม่ขึ้นของโรส ทำให้ปุริมตัดสินใจเดินหน้าที่จะแก้แค้นต่อ แต่เหตุผลลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในใจคือ เขาต้องการปกป้องกังสดาลจากโลกของโรส ซึ่งนับวันมีแต่จะดิ่งลงสู่เหวนรก

 ปุริมพากังสดาลไปพักที่บ้านตากอากาศที่หัวหิน ซึ่งอยู่ใกล้กับรีสอร์สของ แสงดาว หญิงสาวที่ฉลาดเพียบพร้อมและดูจะเหมาะสมกับปุริมที่สุด โดยมี สันทัด เพื่อนสนิทที่ออกตัวว่าหลงรักกังสดาลตั้งแต่แรกเห็นตามไปด้วย ความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในชีวิตของกังสดาลและปุริมดูจะเพิ่มมากขึ้น ปุริมแสดงออกว่าแสนจะเกลียดชังกังสดาล ทั้งด่า ทั้งโขกสับ แต่ในใจลึก ๆ แล้วปุริมกลับตอบคำถามในใจไม่ได้ว่า ทำไมถึงได้เจ็บลึก ๆ ทุกครั้งที่เห็นสันทัดหรือไก่มาวนเวียนใกล้ ๆ กังสดาล

 กังสดาลระทมทุกข์จนป่วย ไก่ต้องคอยแอบมาดูแล ทั้งสองคนต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันและหวังว่าสักวันจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างที่ฝันไว้ จวงจันทน์เปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันโดยทำเป็นเห็นใจ แต่ในขณะ เดียวกันก็พูดยุยงปุริมเสมอว่า กังสดาลยังตัดใจจากไก่ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไก่พยายามตีตัวออกห่าง

 และแล้ววันที่โชคร้ายที่สุดของกังสดาลก็มาถึง เมื่อในกลางดึกของคืนหนึ่งที่ไก่กลับมาบ้านพร้อมกับข่าวดีว่ามีนายทุนเศรษฐีคนหนึ่งติดใจในผลงานของไก่ จึงตกลงจ้างไก่วาดรูปติดบ้านทั้งหลังและยินดีจ่ายเงินก้อนให้ล่วงหน้า ซึ่งมากพอที่จะไถ่ตัวกังสดาลจากปุริมได้ กังสดาลโผกอดไก่ด้วยความดีใจที่จะได้เป็นอิสระ แต่แล้วความหวังทั้งหมดก็พังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า ปุริมโกรธจัดและเข้าใจผิดว่ากังสดาลกับไก่มีอะไรกัน กังสดาลแค้นใจที่ปุริมดูถูกเธอจึงแกล้งยอมรับและขอให้ปุริมปล่อยเธอเป็นอิสระซะที ปุริมเลือดขึ้นหน้าปลุกปล้ำกังสดาล และยังตอกย้ำกับเธอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการบังคับขืนใจเพราะกังสดาลเองก็มีส่วนทำให้เกิดขึ้น ซึ้งคำพูดนี้ตอกย้ำให้กังสดาลเจ็บช้ำยิ่งนัก

 หลังจากนั้นปุริมก็ทำร้ายจิตใจกังสดาลสารพัด พร้อมกับกำชับจวงจันทน์ ป้าทิมและคนในบ้านทุกคนไม่ให้ช่วยเหลือกังสดาล กังสดาลกล้ำกลืนความเจ็บช้ำเพียงลำพังอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งวันหนึ่งปุริมถึงได้รู้ว่าสภาพหัวใจที่แตกสลายอีกครั้งเป็นเช่นไร เพราะหญิงสาวหนีออกไปจากบ้านแล้ว ไก่เองก็ได้แต่เสียใจ มีแต่จวงจันทน์คนเดียวเท่านั้นที่สะใจที่แผนของตนเองประสบความสำเร็จ และเธอนั่นเองที่เป็นคนเปิดโอกาสให้กังสดาลหนีไป

 ปุริมออกตามหากังสดาลแทบพลิกแผ่นดิน บ่อยครั้งที่ฉิวเฉียดจะได้เจอกันแต่ก็ต้องมีอันคลาดกันไปทุกครั้ง ฝ่ายจวงจันทน์ก็เรียกร้องความสนใจจากปุริมโดยแกล้งทำเป็นป่วย จนปุริมต้องคอยดูแลเพื่อตอบแทนที่ครั้งหนึ่งจวงจันทน์เคยสละเลือดเพื่อช่วยชีวิตแม่เขาเอาไว้ ระหว่างนั้นโรสก็เข้ามาวุ่นวายในบ้านปุริมเพราะต้องการตามหาสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวหนีไป  และเพื่อขัดขวางไม่ให้จวงจันทน์จับปุริมได้ถนัด ทำให้จวงจันทร์และโรสมีปากเสียงถึงขั้นตบตีกันเป็นประจำ ชีวิตปุริมจึงเหมือนคนที่มีเพียงลมหายใจ แต่ไม่มีชีวิตจิตใจ

 และแล้วชีวิตที่ยุ่งยากอยู่แล้วกลับต้องยุ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อปุริมเมาหมดสติกลับบ้านในคืนวันหนึ่งจวงจันทน์เข้าไปหาปุริมในห้องนอน ไก่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างคาตา เขารับไม่ได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไป ปุริมตื่นขึ้นมาตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่กับร่างที่เปลือยเปล่าของจวงจันทน์ จวงจันทน์สะอึกสะอื้นบอกปุริมเมามากและเธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทัดทานแรงของปุริมได้ พร้อมกันนั้นก็เรียกร้องความสงสาร โดยบอกปุริมว่าไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ขอให้เธอได้รักเขาเพราะนับตั้งแต่วันแรกที่เธอได้รู้จัก จวบกระทั่งวันนี้ ไม่มีวันไหนที่เธอไม่รักเขาแม้แต่วันเดียว คำสารภาพของจวงจันทน์ยิ่งทำให้ปุริมหนักใจยิ่งกว่าถูกบังคับให้แต่งงานด้วยซะอีก

 ไก่ตัดสินใจไปทำงานที่ต่างจังหวัดและไปรับงานวาดรูปที่หัวหิน จนบังเอิญได้เจอกับกังสดาลซึ่งไปแอบยืนมองบ้านตากอากาศของปุริมและนึกถึงความหลัง ไก่รับรู้เรื่องราวที่กังสดาลไปทำงานอยู่ที่รีสอร์ทของแสงดาว เพราะแสงดาวช่วยเธอไว้จากโจรที่ทำร้ายเธอ ไก่ดีใจมากที่กังสดาลได้มาอยู่กับคนดี ๆ อย่างแสงดาว และแสงดาวก็รักกังสดาลเหมือนน้องสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง

 สันทัดมาพักที่รีสอร์ทของแสงดาว เพราะแอบถูกชะตาในความเป็นผู้หญิงเก่งของแสงดาว และนัดไก่มาคุยเรื่องซื้อภาพวาดในราคา 3 ล้าน กังสดาลรู้ว่าสันทัดมาที่นี้ก็ขอร้องให้แสงดาวปิดเป็นความลับ แต่จนแล้วจนรอดก็เจอกันจนได้ สันทัดจึงรีบโทรบอกปุริม กังสดาลถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไก่ออกจากบ้าน ไก่บอกความจริงกับกังสดาลว่าเขาไม่สามารถอยู่ร่วมชายคากับผู้ชายที่พรากทั้งคนรักและแม่ของเขาไปได้ กังสดาลฟังแล้วได้แต่เจ็บปวดเพราะมันตอกย้ำว่าการจากไปของเธอไม่ได้ทำให้ปุริมรู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

 ปุริมเองก็มาหาแสงดาวเพื่อคุยธุรกิจที่รีสอร์ท และดันบังเอิญเห็นกังสดาล ปุริมวิ่งตามหากังสดาลแต่ก็ตามไม่ทัน แสงดาวเห็นเหตุการณ์เลยปิดเรื่องกังสดาลอยู่ที่นี้ไว้ก่อน แต่แสงดาวเตือนสติกังสดาลว่าถ้าจะหนีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต กังสดาลคิดได้เลยออกมาเผชิญหน้ากับปุริมด้วยใจแอบหวังลึก ๆ แต่เขากลับทำทีท่าว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังออกตัวว่าถูกใจแสงดาว และจีบแสงดาวจนออกนอกหน้านอกตา กังสดาลได้แต่เก็บความเสียใจและความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงคนเดียว

 ปุริมสารภาพว่ารักกังสดาลกับแสงดาว และตัดสินใจวางแผนร่วมกับแสงดาวว่าจะแต่งงานกัน ซึ่งทำให้กังสดาลเสียใจหนักเข้าอีก ปุริมเริ่มแผนการด้วยการยกหนี้ให้กังสดาลและบอกว่าให้อยู่กับไก่อย่างมีความสุข แต่พอกลับมากรุงเทพ ฯ ก็มาขอความร่วมมือกับโรสให้ช่วยด้วย โดยให้โรสหลอกว่าปุริมประสบอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาล โรสจะไปเยี่ยมอยากจะทำข้าวต้มไปให้แต่ว่าทำไม่เป็นกังสดาลเลยทำข้าวต้มให้ ส่วนจวงจันทร์รู้เรื่องปุริมเข้าโรงพยาบาลก็ทำข้าวต้มไปให้เหมือนกัน ข้างแสงดาวก็ทำข้าวต้มไปเหมือนกัน แต่พอไปถึงโรงพยาบาลปุริมตัดสินใจกินข้าวต้มของแสงดาวและให้แสงดาวเป็นคนคอยดูแลใกล้ชิด กังสดาลยิ่งเสียใจขอตัวกลับบ้านและมาเจอกับไก่ ซึ่งจะมาบอกว่า ปิดร้านวาดรูปและจะไปอยู่ต่างจังหวัด และจะพากังสดาลไปด้วย

 ด้วยความน้อยใจกังสดาลไม่รีรอที่จะไปกับไก่ แต่ในช่วงแรกจะขอไปคนเดียวก่อนแล้วจะกลับมารับแม่ โรสได้ยินเลยรีบโทรบอกปุริมว่ากังสดาลจะไปแล้ว ปุริมรู้เรื่องรีบตามไป จวงได้ยินอย่างนั้นโวยวายไม่อยากให้ปุริมไปและขู่ว่าจะประจานเรื่องปุริมกับแสงดาวออกหนังสือพิมพ์ ปุริมพูดความจริงว่าไม่ได้รักจวงจันทร์และอยู่ด้วยไม่ได้ จวงจันทร์จนมุมเลยยอมให้ไปแต่ขอร้องว่าไม่ให้แต่งงานกับกังสดาลหรือโรส ถ้าเป็นคนอื่นจวงจันทร์สามารถยอมได้…

 ปุริมตามไปพบกังสดาลที่รีสอร์ท แต่ก็ไม่ยอมพูดจาอะไรให้ชัดเจน แถมยังขอพักที่รีสอร์ทของแสงดาว ไม่ยอมพักที่บ้านพักตากอากาศของตัวเอง โดยปุริมแกล้งอ้างให้ทุกคนเข้าใจว่าที่บ้านไม่มีแสงดาวและไม่มีคนที่รู้ใจ กังสดาลได้ยินยิ่งเสียใจ ปุริมแสดงออกมากกว่าเดิมอีกว่ารักแสงดาว แถมยังขอความร่วมมือกับกังสดาลว่าอยากจะให้กังสดาลจัดห้องจัดเลี้ยงเพื่อเซอร์ไพร์สแสงดาว กังสดาลจัดการทุกอย่างให้ดีเพราะคิดว่าเป็นงานเซอร์ไพร์สวันเกิดของแสงดาวตามที่ปุริมบอก

 ซึ่งพอถึงช่วงงานทุกคนก็มาร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน แสงดาวกับกังสดาลซึ่งอยู่ในงาน ก็ต้องแปลกใจเมื่อปุริมประกาศต่อหน้าแขกทุกคนว่าถึงเวลาที่จะแต่งงานแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าระหว่าง แสงดาวและกังสดาลพร้อมกับยืนแหวนเพชร แสงดาวหยิบแหวนมาสวมอย่างเหมาะเจาะ นาทีนั้นกังสดาลหัวใจแทบหยุดเต้น ทุกคนในงานต่างพากันแปลกใจและและก็อดที่จะดีใจกับแสงดาวและปุริมไม่ได้ ในขณะที่กังสดาลคอแห้งผากจนแถมจะกลืนความเจ็บปวดลงไปไม่ไหว

 หลังเสร็จงานปุริมขอตัวกลับกรุงเทพ ฯ โดยบอกทุกคนว่าจะไปเตรียมงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด ซึ่งแสงดาวบอกกับกังสดาลว่าอีกสามวันจะแต่งงาน กังสดาลช๊อกและไปบอกไก่ว่าอีกสามวันปุริมจะแต่งงานกับแสงดาว และพอใกล้วันแต่งงานแสงดาวขอร้องให้กังสดาลเป็นเพื่อนเจ้าสาว และพากังสดาลไปตัดชุดด้วยกัน กังสดาลเห็นชุดที่แสงดาวเตียมให้ก็รู้สึกว่าชุดสวยมาก และก็อดคิดไม่ได้ว่าชุดของแสงดาวจะสวยขนาดไหน และเมื่อถึงวันแต่งงานทุกอย่างถูกเตรียมไว้อย่างสวยงาม กังสดาลโดนแยกให้แต่งหน้าแต่งตัวอย่างสวยเพียงคนเดียว กังสดาลยืนมองตัวเองที่แต่งตัวสวยหน้ากระจกและก็อดคิดไม่ได้ว่าแสงดาวจะสวยซักขนาดไหน

 ไก่กับสันทัดรับหน้าที่ดูแลแขกหน้างานซึ่งเริ่มทยอยมาร่วมในงานแต่งของปุริมกับแสงดาว และเมื่องานเริ่มปุริมประกาศเปิดตัวเจ้าสาว กังสดาลยืนอยู่ข้างเวทีมองหาแสงดาวแต่ไม่เห็น เริ่มงงที่แสงดาวไม่ปรากฏตัว แต่ก็ต้องแปลกใจขึ้นไปอีกที่ปุริมเดินตรงมาหาตัวเอง และประกาศว่ากังสดาลคือเจ้าสาวของเขา ทุกคนช๊อก กังสดาลเสียใจที่ถูกหลอก วิ่งหนีออกไปและขอให้ไก่ไปด้วย

 ปุริมตั้งตัวไม่ติดไม่คิดว่ากังสดาลจะปฏิเสธและหนีเขาไป ปุริมตามกังสดาลไป และขอให้แสงดาวกับสันทัดช่วยเคลียร์แขกในงานให้ กังสดาลหนีขึ้นแท๊กซี่ไปพร้อมกับไก่ ปุริมขับรถของภุชงค์ตามไปจนเกิดอุบัติเหตุ ไก่กับกังสดาลหลบไปอยู่ที่หัวหิน สันทัดกับแสงดาวมาคอยดูแลปุริมที่โรงพยาบาล

 ไก่กับกังสดาลได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง ไก่ตัดสินใจถามกังสดาลว่าจริง ๆ แล้วเธอรักใคร จังหวะนั่นกังสดาลเกิดแพ้ท้องอาเจียน ไก่คาดคั่นจนรู้ว่ากังสดาลท้อง ทำให้ไก่ตัดสินใจกลับบ้านและได้เจอกับจวงจันทร์ที่บอกว่าปุริมประสบอุบัติเหตุ ไก่รีบไปหาปุริมและปรับความเข้าใจเรื่องกังสดาลและบอกความจริงเรื่องกังสดาลท้อง แต่ปุริมยังเข้าใจผิดคิดว่าลูกในท้องเป็นลูกไก่ ไก่อธิบายความจริงทั้งหมดว่าไม่เคยมีอะไรกับกังสดาลเลย

 จวงจันทร์ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด รีบไปหาโรสและวางแผนกำจัดแม่ลูกที่เป็นเสี้ยนหนามชีวิต โดยพาตัวโรสไปหากังสดาล ปุริมกับไก่ที่กำลังจะไปหานุ้ยได้เจอกับจวงจันทร์ที่พาโรสไปหากังสดาลและคิดจะยิงทั้งสองแม่ลูกทิ้ง แต่ในระหว่างที่จวงจันทร์ลั่นไกไปที่กังสดาลนั่นไก่วิ่งมาขวางกระสุนไว้ จวงจันทร์สติแตกถวงถามสัญญาที่ปุริมบอกว่าจะไม่แต่งงานกับแม่ลูกคู่นี้ ปุริมได้แต่บอกว่ารักกังสดาลจะให้ทำยังไง คำตอบของปุริมยิ่งทำให้จวงจันทร์เจ็บช้ำหนักขึ้นไปอีกจนตัดสินใจลั่นไกใส่กังสดาลอีกครั้ง คราวนี้ปุริมไม่สามารถที่จะปล่อยให้ลูกและเมียต้องเป็นอะไรไปอีก เขาวิ่งเข้าไปขวางกระสุนพุ่งเข้าใส่ปุริมจนล้มลงตรงหน้า จวงจันทร์เสียจริตสติหลุดโวยวายว่าตัวเองไม่ผิด ไม่ได้ทำ

ปุริมและไก่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งสองคนปลอดภัย กังสดาลคอยเฝ้าดูแลไก่ไม่ห่าง ปุริมน้อยใจที่กังสดาลไม่ใยดีเขาเลยสักนิด จวงจันทร์ที่อาการไม่ดีขึ้นอาละวาดอยากเจอไก่ กังสดาลเลยพาไปหา จวงจันทร์อาละวาดจะทำร้ายกังสดาลอีก ไก่กราบเท้าขอโทษแม่และยอมรับผิดทุกอย่าง ที่เขาไม่สามารถทำให้แม่ภูมิใจได้ ทั้งยังไม่สามารถแทนคุณปุริมได้ ไก่ไม่อยากให้แม่คิดแค้นชิงชังใครอีกและเขาจะทุ่มเทดูแลแม่เอง จวงจันทร์ซาบซึ้งใจสำนึกในความผิดและความรักที่ไก่มีให้ จวงจันทร์ขอร้องให้ไก่และกังสดาลพามาเยี่ยมปุริม จวงจันทร์ขอโทษเขาและโรสและขออโหสิกรรมกับเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาทั้งหมด

 หลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลายกังสดาลขอให้ไก่พาไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อตัดปัญหา แต่เมื่อเวลาผ่านจากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน กังสดาลมีแต่จะเศร้าซึมไม่มีชีวิตชีวาลงทุกที ไก่รู้อยู่แก่ใจเสมอว่าเพราะอะไร เขาอยากจะให้คนที่เขารักไม่ว่าจะเป็น กังสดาล ปุริม มีความสุข เขาตัดสินใจบอกปุริมเพื่อให้เขาตามมาปรับความเข้าใจกับกังสดาล แต่ปุริมจะสามารถใช้วิธีไหนทำให้บาดแผลที่เจ็บปวดจากคมหนามของความ แค้นที่ปุริมฝั่งไว้ในใจของเธอให้หายได้ น้ำผึ้งรสชาติขมของกังสดาลกลับมาหวานได้อีกหรือไม่… ติดตามชมได้ในละครเรื่อง น้ำผึ้งขม ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 เร็ว ๆ นี้

นักวิจัยเผยสาเหตุการเป็นเกย์และกะเทยส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา นอกนั้นคือสิ่งแวดล้อม สังคมและการเลี้ยงดูในครอบครัว สำรวจพบเกย์-กะเทยส่วนใหญ่เกิดความเครียด สับสน วิตกกังวล กลัวถูกสังคมรังเกียจตั้งแต่วัยเด็ก พบสถิติเกย์และกะเทยในสำนักงานสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ ธุรกิจส่วนตัว สถานเสริมความงาม ร้านอาหาร วอนสังคมไทยมองเพศที่ 3 อย่างเข้าใจและยอมรับมากขึ้น

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุพร เกิดสว่าง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเผยว่าคนทั่วไปส่วนใหญ่ยังมีความสับสนเรื่องผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน หรือผู้ชายที่มีกิริยามารยาทคล้ายผู้หญิง นอกจากคนในสังคมจะสับสนและไม่เข้าใจแล้วยังมองบุคคลเหล่านี้ไปในทางลบ ทั้งนี้อยากทำความเข้าใจก่อนว่าผู้ชายมีหลักๆ สามกลุ่มคือ (1) กลุ่มผู้ชายที่รักผู้หญิง (เพศตรงข้าม-ต่างเพศ)   ซึ่งสังคมทั่วไปยอมรับ       (2) กลุ่มผู้ชายที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชาย   แค่รักผู้ชายด้วยกัน (เพศเดียวกัน-ร่วมเพศ)   ซึ่งมักนิยามตัวเองว่า เกย์ (Gay) มาจากรากศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า สดใส ร่าเริง และ (3) ผู้ชายที่มีจิตใจเป็นผู้หญิง หรือเป็นผู้หญิงที่อยู่ในร่างของผู้ชายนั่นเอง   คำไทยมักใช้คำว่า “กะเทย” (transgender หรือ transsexual)

จากการศึกษาพบว่าการที่ผู้ชายมีความรักเพศเดียวกัน มีสาเหตุหลายอย่างทั้งปัจจัยทางชีววิทยา และจิตวิทยา เริ่มตั้งแต่สาเหตุทางพันธุกรรม การพัฒนาของสมองเด็กในครรภ์   ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ตลอดจนการอบรมเลี้ยงดู และประสบการณ์การเรียนรู้หลังจากที่เกิดมาแล้ว ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการเลียนแบบ และไม่ติดต่อกัน

ทั้งเกย์ และกะเทย จะเริ่มรู้สึกว่าตนเองต่างจากเพื่อนเพศเดียวกัน   ตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบ หรือเมื่อเริ่มจำความได้ โดยจะจดจำว่าพ่อแม่ตักเตือนอยู่เสมอว่าอย่าทำตัวเป็นผู้หญิง ซึ่งอาจจะสร้างความรู้สึกกดดันภายในจิตใจ ในด้านพฤติกรรมจะมีความรู้สึกอ่อนไหว ร้องไห้ง่าย กิริยามารยาทคล้ายเด็กหญิง ชอบแต่งตัว ชอบเล่นกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ไม่ชอบเล่นรุนแรง   เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น จะมีความรู้สึกทางเพศกับเพศเดียวกัน   แตกต่างจากเพื่อนผู้ชายทั่วไป   เนื่องจากเด็กรับรู้ว่าสังคมทั่วไปมีความรู้สึกรังเกียจเกย์และกะเทย   เด็กจึงสับสนไม่แน่ใจ ในการวางตัวในสังคม เกิดความวิตกกังวล ความเครียด พยายามปิดบังความรู้สึกของตนเอง บางคนพยายามป้องกันตนเอง โดยพยายามทำตัวเป็นชายชาตรี เช่น พยายามมีคนรักเป็นผู้หญิงหลายๆ คน เพาะกายให้ดูเป็น ‘แมน’ แสดงตนก้าวร้าว ดื่มเหล้า   สูบบุหรี่ แต่เด็กบางคนก็พยายามหาสิ่งทดแทนความด้อย เช่น พยายามขยันตั้งใจเรียน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อน ฯลฯ   ซึ่งเป็นการทดแทนที่ดี ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองและครูไม่เข้าใจเด็กจะยิ่งมีความทุกข์ทรมานใจมากขึ้น บางคนมาปรึกษาแพทย์เพื่อขอฉีดฮอร์โมนเพศชาย โดยหวังว่าฮอร์โมนเพศชายจะช่วยเปลี่ยนความรู้สึกและความต้องการในใจ ซึ่งในความเป็นจริงฮอร์โมนเหล่านี้ไม่ได้มีผลดังที่หวังเลย

ระยะสับสนกังวลนี้อาจจะกินเวลานานมากหรือน้อย แล้วแต่ตัวเด็กแต่ละคน เมื่อผ่านระยะนี้ไปเด็กจะเริ่มยอมรับความรู้สึกและความต้องการทางเพศของตนเองมากขึ้น   ความเครียด ความวิตกกังวลจะลดลง ในขั้นต่อไปอาจพัฒนาถึงขั้นเปิดเผยตนเองต่อสังคม และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุพร กล่าวต่อว่าปัจจุบันสังคมไทยยอมรับเกย์และกะเทยมากขึ้นกว่าในหลายประเทศ   แต่คนบางกลุ่มก็ยังรู้สึกและมองเกย์ และกะเทยในแง่ลบ   ทั้งนี้อาจเป็นเพราะภาพของเกย์และกะเทยที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์   ฯลฯ   มักออกมาในเชิงลบ   เป็นตัวตลกบ้าๆ บอๆ หรือแสดงอารมณ์รุนแรง โหดเหี้ยม ฯลฯ   ซึ่งความจริงเกย์ และกะเทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นคนดี ทำประโยชน์ให้สังคมก็มีอยู่มาก

นอกจากนี้ผลจากการศึกษากลุ่มชายรักชาย 100 คน ซึ่งเป็นเกย์ 95 คน เป็นกะเทย 5 คน พบว่า 40 คน ทำงานเป็นลูกจ้างในสำนักงาน รองลงมาคือ ธุรกิจส่วนตัว สถานเสริมความงาม ร้านอาหาร ร้องเพลง ครูเต้นรำ นาฎศิลป์ และพิธีกร ตามลำดับ ในจำนวนนี้ 61 คน มีความสัมพันธ์ทางเพศครั้งแรกกับผู้ชาย และ จำนวน 34 คน มีความสัมพันธ์ทางเพศครั้งแรกกับหญิง   ผู้เข้ารับการสำรวจยังบอกว่ามีประสบการณ์ทางเพศหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศครั้งแรกส่วนใหญ่เนื่องจากความรัก หรือความต้องการทางเพศ และอีก 5 คนยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

ในด้านชีวิตการแต่งงานพบว่า 88 คน ยังเป็นโสดหรือมีคู่เป็นผู้ชาย และอีก 12 คน เคยแต่งงานกับหญิง   ในจำนวนทั้งหมดนี้ 4 คน หย่ากับภรรยาแล้วเพราะ ‘เข้ากันไม่ได้’     อีก 2 คน หย่ากับภรรยาทั้งที่ครอบครัวมีความสุขพอควร แต่ยอมเสียสละให้ภรรยาได้มีโอกาสมีสามีที่เป็นชายเต็มตัว   และอีก 1 คน กำลังจะหย่ากับภรรยา เพราะพบแฟนเป็นชายที่ให้ความสุขได้มากกว่าภรรยา   ส่วนอีก 5 คน ยังอยู่กับภรรยาและครอบครัว อย่างมีความสุข   จากการสำรวจพบข้อสังเกตว่าโอกาสล้มเหลวของเกย์ที่แต่งงานกับผู้หญิงมีค่อนข้างมาก   แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจช่วยให้ชีวิตแต่งงานประสบความสำเร็จ คือ รสนิยมทางเพศต้องเอียงไปทางชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย   หรือแต่งงานกันด้วยความรักและความเข้าใจ   มีความซื่อสัตย์มั่นคงไม่นอกใจภรรยา   มีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งภรรยามีความเข้าใจ ยอมรับ และให้อภัยด้วย

ในเรื่องของความเสี่ยงต่อโรคเอดส์ พบว่ามี 69 คนที่ตรวจเลือดหาโรคเอดส์ มีผลการตรวจเป็นบวก (ติดเชื้อเอดส์ HIV)   5 ราย หรือ 7.6%   ซึ่งนับว่าสูงกว่าประชากรทั่วไป สำหรับเรื่องของการป้องกันหรือการดูแลสุขภาพร่างกายหลังจากติดเชื้อแล้วทางหน่วยงานที่มีส่วนในการรับผิดชอบควรมีมาตรการช่วยเหลือให้มากขึ้น

สำหรับชายใจหญิงหรือกะเทยหลายคนที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองให้เหมือนผู้หญิงให้มากที่สุดเลือกที่จะขอเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ   ซึ่งในประเทศไทยมีศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้และยังมีฝีมือเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกหลายท่าน นอกจากคนไทยที่ขอเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศแล้วยังมีคนไข้จากประเทศอื่นๆ อาทิ แคนาดา อเมริกา อังกฤษ สวีเดน บราซิล ฯลฯ   การผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่านขั้นตอนและกฎเกณฑ์ต่างๆ หลายอย่าง   เพราะเมื่อทำการผ่าตัดเปลี่ยนเป็นเพศหญิงแล้วจะเปลี่ยนกลับมาเป็นเพศชายที่สมบูรณ์อีกไม่ได้ง่ายๆ   โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศจะต้องมีอายุ 20-65 ปี   ผ่านการทดสอบโดยจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา   ผ่านการตรวจจากแพทย์ทางต่อมไร้ท่อ การให้คำปรึกษาความพร้อมทางด้านจิตใจ เป็นต้น   แพทย์ไทยที่ทำงานด้านนี้ต้องใช้ความประณีตมาก เนื่องจากเป็นทั้งงานผ่าตัดและงานศิลปะ   ในการเปลี่ยนอวัยวะเพศชายให้เป็นหญิง และร่วมเพศได้เช่นเดียวกับหญิงทั่วไป ผู้ที่ขอเข้ารับการผ่าตัดส่วนหนึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเรื่องความสุขทางเพศ แต่มีจุดมุ่งหมายอยากจะเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์   หลายคนยืนยันชัดเจนว่า ความปรารถนาสูงสุดคือ อยากตายในสภาพที่เป็นหญิง

สำหรับผู้ชายไทยหรือกลุ่มคนเอเซียจะมีรูปหน้าไม่ต่างกับผู้หญิงมากนัก จึงไม่ต้องทำการผ่าตัดแปลงรูปหน้าให้มาก   แต่ถ้าเป็นฝรั่งหรือคนต่างชาติ รูปหน้าดั้งเดิมจะมีความแตกต่างจากผู้หญิง จึงต้องมีการผ่าตัดแปลงรูปหน้าให้เป็นผู้หญิงด้วย (facial feminization) ในปัจจุบันการผ่าตัดแปลงเพศได้พัฒนาไปอย่างมาก ซึ่งอาการแทรกซ้อนในขณะที่ผ่าตัดและหลังผ่าตัดมีน้อยมาก   แต่หลังการผ่าตัดไปแล้วทุกคนยังต้องติดต่อกับแพทย์ และให้ฮอร์โมนเสริมหลังการผ่าตัดด้วย

อย่างไรก็ตามอาจกล่าวได้ว่าสังคมไทยเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก เกย์และกะเทยหลายคนได้สร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัว และประเทศเราเป็นอย่างมาก แนวทางการดำเนินชีวิตก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป และหวังว่าสังคมไทยจะเข้าใจเกย์และกะเทยมากขึ้น และควรมีที่ให้กับบุคคลเหล่านี้ได้อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับคนทั่วไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

Posted by: kratauy | ตุลาคม 8, 2009

บ่วงร้ายพ่ายรัก

ปารมี หรือ ปาล์ม (เขมนิจ จามิกรณ์) เดินทางกลับจากต่างประเทศหลังเรียนจบปริญญาโท ด้วยความหวังว่าจะได้แต่งงานกับ เชน (กันต์ กันตถาวร) แฟนหนุ่มซึ่งรักกันมาก ตามสัญญาที่ เดช (ไพโรจน์ สังวริบุตร) พ่อของเธอได้ให้ไว้ก่อนที่จะไปเรียนต่อ แต่เดชไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะเดชรู้สึกว่าเชนมีเบื้องหลังในการเข้ามาตีสนิทกับลูกสาวของเขา และไม่ได้จริงใจกับเขาและครอบครัวเลย ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น

          เชนเชื่อเสมอว่า เดชเป็นต้นเหตุทำให้ ไกรฤกษ์ (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) พ่อของเขาเส้นโลหิตในสมองแตกตายตอนเขาอายุ ๑๐ ขวบ และฮุบกิจการห้างสรรพสินค้าที่พ่อก่อร่างสร้างมากับมือไปอย่างเลือดเย็น ทำให้ กัลยา (คนางค์ ดำรงหัด) ผู้เป็นแม่ต้องตรอมใจตาย เชนสาบานต่อหน้าหลุมศพบิดาว่าจะต้องทวงทุกอย่างคืนมาให้ได้ไม่ว่าเงิน ชื่อเสียง ธุรกิจและความสุข แผนการของเขาเริ่มต้นจากการเข้าไปตีสนิท เอมิกา หรือ เอม (สเตฟานี เลอร์ช) ลูกสาวคนเล็กของเดช เชนใช้ความฉลาด ช่างเอาใจ เอาชนะใจเอมิกาได้ในเวลาไม่นาน เชนตั้งใจจะหลอกให้เอมิการักและพาเข้าใกล้เดช โดยหวังว่าจะได้เป็นลูกเขยของตระกูล แต่แผนการต้องพลิกผัน เมื่อเขาได้รู้จักกับปารมีพี่สาวผู้เพียบพร้อมไปด้วยความสวย สง่า ในขณะที่เอมิกาเริ่มป่วยหนักด้วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ที่รักษาไม่หาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เรียนไม่จบ อนาคตในการบริหารธุรกิจของตระกูลจึงดับวูบไป เชนจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาทางปารมีทันที เขาใช้เวลาไม่นานเอาชนะใจเธอได้อย่างง่ายดาย

          สัญญาใจที่มีอนาคตเป็นเดิมพันได้เริ่มต้นขึ้นเชนพยายามรักษาภาพลักษณ์แฟนหนุ่มที่แสนซื่อสัตย์ไว้อย่างเหนียวแน่น จนวันที่ปารมีเดินทางกลับ เชนตั้งใจจะไปรับเธอที่สนามบินและหาทางเร่งรัดขอเธอแต่งงานให้เร็วที่สุด แต่เดชส่ง อัคนี หรือ หิน(ธนพล นิ่มทัยสุข) บอดี้การ์ดคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุดไปรับปารมีตัดหน้าเชน เพราะรู้ว่าถ้าเขาไปเองต้องใจอ่อนยอมให้ปารมีไปกับเชนอย่างแน่นอน

          ทันทีที่ได้คำสั่งหินเดินทางไปสนามบิน เพื่อปฎิบัติภารกิจชิงตัวปารมี เชนใช้เส้นสายเข้าไปดักรอปารมีถึงประตูเครื่องบิน หินต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อแยกปารมีออกจากเชนและพาไปส่งเดโชให้สำเร็จแต่เชนก็ไม่ยอมและพยายามจะเอาตัวปารมีไปให้ได้ ทำให้การเจอกันครั้งแรกระหว่างเชน และหิน กลายเป็นเหตุการณ์แสนโกลาหลวุ่นวาย ชิงไหวชิงพริบ ชนิดห้ามกระพริบตา และสุดท้ายคนที่ได้ตัวปารมีไปก็คือ หิน ที่หินสมชื่อ สร้างความไม่พอใจให้กับเชนเป็นอย่างมาก พร้อมกับตราหน้าว่าเป็นศัตรูหมายเลข ๒ รองจากเดช

          สำหรับปารมีเธอยกให้หินเป็นศัตรูหมายเลข ๑ และเป็นคนเดียวในโลกที่เธอไม่เลิฟสุดๆ เพราะนอกจากจะขัดขวางการไปกับแฟนแล้ว ยังแสดงอาการที่น่าขัดใจสารพัดในระหว่างที่ชิงตัวกลับมา ทำให้ปารมีไม่พอใจจะเอาเรื่องหิน แต่เดชกลับเข้าข้างหินอย่างออกนอกหน้า ยิ่งทำให้ปารมีผูกใจเจ็บคิดหาทางเอาคืนหินให้ได้!!!!

          หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันแสนปวดกบาลที่สนามบิน หินกลับไปเยี่ยม พรไหม (รสริน จันทรา) แม่ผู้แสนใจดีที่ ชุมชนหอยใหญ่ บ้านเกิดอันอบอุ่นไปด้วยญาติและเพื่อนบ้านแสนดีอย่าง ลุงปุ๋ย (เด๋อ ดอกสะเดา) , ป้านาง (ราตรี วิทวัส) และ ไอ้ไฟ (ภทรนันท์ จามิกรณ์) รวมทั้ง นิดหน่อย (ดารณีนุช โพธิปิติ)  สาวร่างอวบเจ้าของฟาร์มหอยผู้รอคอยให้หินมาเป็นบอดี้การ์ดหัวใจ

          หินลางานกลับมาบ้านเพื่อจะพาพรไหมไปตรวจอาการโรคหัวใจ แต่เธอโกหกว่าหายแล้ว และเร่งรัดให้หินกลับไปทำงานช่วยเดช เพราะเขาคือผู้มีพระคุณทำให้ครอบครัวมีอยู่มีกินจนถึงทุกวันนี้ พรไหมไม่เคยลืมวันที่ อาจหาญ (ทนงศักดิ์ ศุภการ) พ่อของหินอดีตทหารพรานที่สูญเสียขาจากการเหยียบกับระเบิด เข้าไปสมัครเป็นรปภ.ที่ห้างสรรพสินค้า และเดชรับไว้ด้วยความเมตตา พร้อมทั้งสืบประวัติอย่างละเอียดจนรู้ถึงความสามารถจึงเรียกมาเป็นบอดี้การ์ดทั้งที่พิการ อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างดี ส่งเสียให้หินเรียนจนจบเตรียมตำรวจ ก่อนอาจหาญจะเสียชีวิตเมื่อ ๒ ปีก่อนเขาได้กำชับให้หินดูแลเดช และปกป้องครอบครัวอย่างดีที่สุด ภารกิจสำคัญนี้จึงฝังอยู่ในใจของพรไหม และหินมาจนถึงทุกวันนี้ 

          เมื่อแม่เอ่ยปากยกเรื่องคำสั่งเสียของพ่อ ทำให้หินต้องยอมกลับไป พร้อมรับหน้าที่ใหม่ที่เดชมอบหมายให้นั่นคือ เป็นบอดี้การ์ดให้ปารมี ! ปารมีปฎิเสธเสียงแข็ง โดยมี อรปรียา (ณหทัย พิจิตรา) ผู้เป็นแม่พ่วงตำแหน่งกองหนุนอรปรียาถูกเชนเอาใจ เยินยอ จนเคลิ้มและไว้ใจ อยากได้มาเป็นลูกเขย ทำให้เป็นเหตุขัดแย้งกับเดโชอยู่บ่อยครั้ง แต่ในครั้งนี้ไม่มีใครขัดคำสั่งได้ เพราะเดชยื่นคำขาด ถ้าปารมีไม่ให้หินเป็นบอดี้การ์ด ก็กลับไปเรียนต่อและจะไม่ได้แต่งงานกับเชนเป็นอันขาดในวันที่ปารมีไปเที่ยวกับ แคท (เอมิกา บูเฮอร์) และ นิตา (พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) (เพื่อนซี้ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย) จึงมีหินคอยตามติดทุกฝีก้าว

          ปารมีหาทางแกล้งหินสารพัด แต่แคทเพื่อนสุดเปรี้ยว เซี้ยวซ่า กลับชอบหินอย่างแรง ยิ่งทำให้ปารมีหมั่นไส้หินแคทชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมน้ำ ปารมีได้ทีสร้างเรื่องว่าตัวเองตกน้ำ หินรีบกระโจนลงไปช่วย ตกเป็นเหยื่อของปารมี ปารมีสะใจแอบหนีไปเที่ยวต่อกับเชน หินออกตามหาปารมีทุกที่ จนไปเจอปารมีกำลังสนุกในผับ หินจะลากตัวปารมีกลับบ้าน แต่เชนขัดขวาง และพยายามใช้เงินฟาดหัวหิน เพื่อเอาหูไปนาเอาไปไร่แต่หินไม่รับเงิน พร้อมตอกกลับอย่างเจ็บแสบทำให้เชนไม่พอใจ เกิดชกต่อยกัน หมอซัน (อัศนัย เทียนทอง) เพื่อนของหินผ่านมาเห็นจึงรีบไประงับเหตุ ทำให้หินพาปารมีไปส่งบ้านจนได้ เชนไม่พอใจที่หินเป็นก้างขวางคอและคิดหาทางกำจัดโดยด่วน !! ในขณะที่อาการป่วยของเอมิกาย่ำแย่ลงเพราะความเครียดที่ต้องทนเห็นความสัมพันธ์อันหวานชื่นของเชนกับปารมี เดโชจึงต้องการหมอพิเศษมาคอยดูแลเอมิกาอย่างใกล้ชิด หินแนะนำหมอซันที่เพิ่งเข้าทำงานเป็นแพทย์ตำรวจหมาดๆ มารับงานนี้เป็นงานพิเศษ และเขาก็ตกหลุมรักเอมิกาตั้งแต่แรกพบ ….

          หลังจากที่เชนโดนหินลบเหลี่ยม และทำให้แผนการแก้แค้นต้องสะดุดมาหลายครั้ง โอกาสก็เป็นของเขาอีกครั้งเมื่อ.. อรปรียาต้องการจัดงานครบรอบ 60 ปีของห้างสรรพสินค้าจึงเสนอให้บริษัทพีอาร์ของเชนเข้ามาดูแลการงานนี้ เดโชพยายามขัดขวางแต่สู้แรงหนุนของอรปรียาและปารมีไม่ได้ เชนเสนอให้ปารมีเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าที่เน้นความทันสมัย และเปิดตัวปารมีที่จะเป็นผู้บริหารคนใหม่ไปในคราวเดียวกันด้วยเคมเปญนี้ทำให้อรปรียาปารมีและคณะผู้บริหารเห็นด้วยอย่างเต็มที่ ยากเกินกว่าเดชจะทัดทาน เชนจึงได้งานนี้ไป ทำให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับปารมีอย่างไม่มีเงื่อนไข เดชสั่งกำชับให้หินตามติดปารมีไม่ ให้คลาดสายตา

          ในระหว่างที่เชนอยู่ใกล้ปารมี เขาหาทางล่วงเกินเธอหลายครั้ง หวังจะเป็นการมัดมือชกและเร่งรัดให้แต่งงาน แต่มีคนคอยขัดขวางทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นหิน , เอมิกา และคนสุดท้ายคือ..นิตา นิตาใช้ความเป็นเลขาส่วนตัวของเดชตรวจสอบตารางการทำงานของปารมี และเชน และคอยเข้ามาขัดจังหวะไม่ให้เชนมีโอกาสล่วงเกินปารมี นิตาไม่ได้ทำเพราะความหวังดีต่อเพื่อน แต่ทำเพราะ…ความหึงหวงเชน !!

          ความสัมพันธ์ลับ ๆ ของนิตากับเชนเริ่มมีพร้อม ๆ กับความสัมพันธ์ของเชนและปารมี..เชนเข้ามาตีสนิทกับนิตา เพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวของปารมี แต่นิตากลับหลงรักเชนอย่างหมดหัวใจ ยอมเป็นเครื่องมือให้เขาหลอกใช้สารพัด โดยมีคำหวานคอยกรอกหูอยู่เสมอว่า “ถ้าผมครอบครองทุกอย่างของเดชได้สำเร็จ ผมจะทิ้งปารมี และแต่งงานกับคุณ” คำหลอกลวงที่แสนหวานเป็นโซ่ตรวนที่ตรึงให้นิตายอมเป็นเบี้ยล่าง แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ เธอกลับทนไม่ได้ที่เห็นเชนทำดีกับปารมี ด้วยความอิจฉาและหวั่นใจลึก ๆว่า.. สักวันเชนจะรักปารมีเข้าจริง ๆ และเธอจะต้องเป็นคนที่โดนทิ้ง !! แต่ทุกครั้งที่นิตาเริ่มจะแข็งขืน หรือขัดขวางแผนการอันร้ายกาจ เชนจะกำราบเธอด้วยวิธีที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้นิตาจะยังยอมฝืนทน และทำตามอย่างว่าง่าย แต่เธอยังเก็บความคับแค้นไว้ในใจและแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังปารมีที่ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ..

          และสักวันเธอจะต้องทำลายมันให้ได้ ! ความอิจฉาที่นิตามีต่อปารมี เป็นสิ่งที่แคทเห็นและคอยเตือนปารมีมาตลอด แต่ปารมีไม่เชื่อและบอกว่าแคทคิดมากเกินไป แต่ยังไง๊..ยังไง..แคทก็ไม่วางใจนิตาอยู่ดี 

          แคทอัดอั้นใจไม่รู้จะบอกใคร เลยมาปรึกษากับหินเป็นประจำ ทำให้หินเริ่มเห็นความผิดปกติของนิตากับเชนมากขึ้น และเริ่มสงสารปารมีที่โดนคนรัก และเพื่อนแอบหักหลัง หินพยายามจะบอกปารมีแบบอ้อม ๆ แต่ยิ่งบอกยิ่งโดนด่า แถมยังโดนเกลียดขี้หน้าหนักกว่าเดิม และแล้ว…วันฉลองครบรอบ ๖๐ ปีของห้างสรรพสินค้าก็ใกล้มาจะถึง แต่เชนยังไม่เห็นว่าเดชจะยอมให้เขาแต่งงานกับปารมี และยังส่งหินมาคอยประกบเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ เขาจึงวางแผนขอคุยกับเดช บอกว่าต้องการเงินก้อนโตแลกกับการเลิกกับปารมี เดชสนใจจึงมาคุยด้วย แต่เชนกลับซ้อนแผนด้วยการทำทีเป็นว่าเดชจะมาจ้างให้เลิก ส่วนเขาทำเป็นปฎิเสธเงิน และพร้อมสู้เพื่อปกป้องความรัก ละครฉากนี้ถูกสร้างขึ้นและจงใจให้ปารมีมาได้ยิน ทำให้ปารมีไม่ยอม โวยวาย และประกาศต่อหน้าเดชว่า เธอรักเชน และ เธอจะต้องแต่งงานกับเชนให้ได้ !

          การประกาศก้องของปารมีทำให้หินไม่สบายใจ มีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ … ในงานเลี้ยงครบรอบห้างสรรพสินค้า 60ปีที่ยิ่งใหญ่มีแขกระดับแถวหน้าในสังคมชั้นสูงมาร่วมงานมากมาย สื่อมวลชนทุกแขนงมาทำข่าว เชนในฐานะคนคุมงานได้รับความชื่นชมมากมาย โดยเฉพาะฉากใหญ่ เปิดตัวปารมีในฐานะพรีเซนเตอร์และทายาทผู้สืบทอดกิจการ ปารมีขึ้นเวทีด้วยความสวยสง่า พร้อมกับสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝัน ..ปารมีประกาศกลางงานว่า … เธอจะแต่งงานกับเชนในเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน !! สิ้นคำประกาศ.. เอมิกาช๊อคเป็นลมหมดสติไปทันที หมอซันต้องรีบพาตัวออกไปนิตานิ่งอึ้ง..ยืนตัวสั่น แคทสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

          เดชจะขึ้นไปชี้แจง และแก้ข่าว แต่อรปรียาดึงตัวไว้ เพราะแอบเห็นด้วยกับปารมี เชนยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ หินหันไปเห็นพอดี สองคนสบตากัน เชนแสดงความเหนือกว่าทางสายตาอย่างเห็นได้ชัด จนหินเริ่มรู้สึกว่าเชนต้องมีสิ่งเคลือบแฝงอยู่เบื้องหลังการคบกับปารมีอย่างแน่นอน หลังจากการประกาศแต่งงานของปารมี มีนักข่าวสายสังคมเข้ามาสัมภาษณ์เชนมากมาย กลายเป็นหนุ่มฮอตไปทันที ส่วนเอมิกาพยายามตัดใจจากเชน แต่เชนยังเล่นละครว่ารักและห่วงเอมิกา

          เพราะต้องการใช้เอมิกาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ต่อไป ในขณะเดียวกันเดชก็เริ่มจ้างนักสืบ เพื่อสืบประวัติของเชน แต่คลุมเครือไม่ชัดเจน รู้เพียงว่าเป็นลูกกำพร้า เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล จนหาต้นตอไม่ได้….ยิ่งทำให้เดชระแวงเชนมากขึ้น ปารมีเร่งรัดเรื่องงานแต่งงาน เดชจึงต่อรองให้จัดงานหมั้นก่อน เพราะตอนนี้เอมิกาสุขภาพไม่ค่อยดี งานก็ยุ่งและสั่งให้หินเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวปารมี เส้นทางความรักของปารมีกับเชนจึงมีหินเป็นกขค. เชนไม่พอใจ คอยใส่ความหินหวังให้อรปรียาเล่นงาน หินก็ต้องจำทนก้มหน้าปฎิบัติหน้าที่บอดี้การ์ดต่อไป เพราะในใจลึก ๆ เริ่มรู้สึกเป็นห่วง และสงสารปารมี ที่โดนคนรักหลอกไม่มีชิ้นดี

          หินต้องทนรบกับความเอาแต่ใจไม่ฟังคนอื่นของปารมีจนความอดทนสิ้นสุด และไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องดูแลผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างปารมี ประกอบกับอาการโรคหัวใจของแม่ทรุดหนัก ทำให้หินตัดสินใจลาออก เพื่อพาแม่เข้ามาผ่าตัดหัวใจ เดโชพยายามทัดทาน  แต่หินก็ยืนกรานความคิดเดิม ปารมีรู้ข่าวก็เย้ยว่าหินใจเสาะ ไม่สู้งาน หินตอกกลับถึงนิสัยเอาแต่ใจของปารมีต่อหน้าพนักงานในบริษัทพูดจบก็เดินออกจากบริษัทไป ปารมีเสียหน้ารีบขับรถจะตามไปต่อว่าหิน เป็นจังหวะเดียวกับที่พรไหมซึ่งมารีบมาหาหินเพื่อยับยั้งการลาออกกำลังข้ามถนนหน้าบริษัทพอดี.. ด้วยโทสะทำให้ปารมีเร่งเครื่องรถมาอย่างเร็วในขณะที่พรไหมกำลังข้ามถนน ปารมีตกใจรีบเหยีบเบรก แต่เบรกไม่ทำงาน ปารมีควบคุมรถไม่ได้ รถพุ่งเข้าชนพรไหมอย่างจัง ต่อหน้าต่อตาหิน !! หินตกใจแทบสิ้นสติ รีบพาแม่ไปส่งโรงพยาบาล แต่มันสายเกินไป พรไหมสิ้นใจ…..

          หินโกรธและเกลียดปารมี เดโชขอโทษและพยายามอธิบายว่ามันเป็นอุบัติเหตุเพราะตำรวจได้ตรวจสภาพรถแล้วพบว่ามีการแอบตัดสายเบรก ด้วยสำนึกในบุญคุณของเดชทำให้หินไม่เอาความ แต่ขอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จากอุบัติเหตุทำให้ปารมีเสียใจอย่างหนัก กลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่สดใสร่าเริงเหมือนเดิม เชนคอยดูแลใกล้ชิด ปารมียิ่งรักและไว้ใจเชนมากขึ้น ทำให้เอมิกาเศร้าใจ และมีอาการทรุดหนักลงจนหมอซันเริ่มเป็นห่วง เชนสืบรู้ว่านิตาเป็นคนตัดสายเบรครถ จึงคาดคั้นด้วยวิธีที่รุนแรงจนนิตาสารภาพสาเหตุที่ทำเพราะไม่พอใจที่เชนจะหมั้นกับปารมี เธอขู่จะแฉความจริงทั้งหมดให้ทุกคนรู้ แต่เชนไม่แคร์ และขู่กลับว่าถ้านิตาแฉ เขาก็จะแฉเหมือนกันว่านิตาอิจฉาปารมีมาตลอด พยายามจะแย่งทุกอย่างจากเธอ รวมทั้งการตัดสายเบรก ซึ่งต้องโทษข้อหาเจตนาฆ่า

หลังจากงานศพพรไหมเสร็จสิ้น..หินกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองที่ชุมชนหอยใหญ่ ในขณะที่เชนเร่งเตรียมงานหมั้นกับปารมีอย่างมีความหวัง

          ที่ชุมชนหอยใหญ่ หินหวังจะมาอยู่บ้านเพื่อทำให้จิตใจสงบ แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะนิดหน่อยสาวใหญ่ใจรักเด็กผู้เฝ้าหยอดคำหวานกับหินมาเนิ่นนาน พยายามใช้กลเม็ดเด็ดพรายจากละครทีวีย่องเข้าหาหินหวังจะพิชิตใจได้เป็นสามี จนหินไม่เป็นอันสงบสุข ต้องให้ไอ้ไฟคอยเป็นทั้งกันชน และแนวกันหญิงทุกครั้งไป เดชเดินทางมาชุมชนหอยใหญ่ เพื่อขอร้องให้หินมาเป็นบอดี้การ์ดอีกครั้ง เพราะไม่วางใจเชนอย่างรุนแรง หินเห็นแก่พระคุณของเดช ยอมกลับมารับหน้าที่บอดี้การ์ดอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่พอใจของเชน แต่สำหรับปารมีเธอกลับรู้สึกดีใจ เพราะมันทำให้ความรู้สึกผิดที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้พรไหมตายเบาบางลง ท่าทางของปารมีแม้จะดูอ่อนลง แต่ด้วยความกวนของหิน มันทำให้เธอปรี๊สได้ไม่หยุดไม่หย่อนเหมือนเดิม

          หินแสดงความแข็งกร้าวกับเชนอย่างเห็นได้ชัด จนเชนเริ่มไม่วางใจ คิดว่าหินอาจจะรู้อะไรมากกว่าที่เขาคิด แต่เชนก็ยังไม่คิดว่าบอดี้การ์ดธรรมดาจะทำลายแผนการที่เขาวางไว้มาเนิ่นนานได้ เชนจึงเดินหน้าเข้าสู่งานหมั้นอย่างมั่นใจ งานหมั้นระหว่างเชนและปารมีถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรู เชนดูมีความสุขมากที่การแก้แค้นใกล้เป็นจริง นิตาทนไม่ได้ เพราะเธอรู้สึกว่ากำลังจะโดนเชนตัดออกไป นิตาจึงคิดล้มงานหมั้น ด้วยการจ้างมือปืนมาลักพาตัวปารมีไปทำมิดีมิร้าย หรือจะฆ่าให้ตายเลยก็ได้ แคทแอบล่วงรู้แผนการของนิตาโดยไม่ตั้งใจ แคทรีบไปบอกหิน แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ไฟในงานก็ดับลง…

          ท่ามกลางความโกลาหลอลหม่าน มือปืนจับตัวปารมีไว้ หินเข้าไปต่อสู้ ช่วยปารมีไว้ได้แต่เธอตกใจเป็นลม ส่วนแคทก็ตกใจหนีตามหินมาด้วย  หินจึงพาทั้งสองไปที่ชุมชนหอยใหญ่ เพื่อหลบซ่อนตัว

          ปารมีฟื้นมาที่ชุมชนหอยใหญ่ คิดว่าหินลักพาตัวมาแก้แค้นที่เธอฆ่าแม่ของหิน แหกปากร้องลั่น แคทบอกว่านิตาวางแผนฆ่า ปารมีไม่เชื่อ จะโทรศัพท์ให้เชนมารับกลับบ้าน หินเอาโทรศัพท์โยนทิ้งน้ำ  ปารมีหมดหนทางติดต่อกับภายนอก เพราะเธอจำเบอร์ของใครไม่ได้เลย…ปารมีบอกชาวบ้านให้ช่วยพาเธอหนี แลกกับเงินรางวัลหนึ่งล้าน แต่ชาวบ้านพาปารมีมาส่งให้หิน เพราะหินบอกทุกคนว่าปารมีเป็นเมียที่สติไม่ดี ชอบคิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวมหาเศรษฐี ปารมีไม่ยอมอยู่กับหิน ขโมยเรือพายหนีออกไป แต่ก็พายเรือไม่เป็น พายวนอยู่ในคลอง หินลากเรือกลับมาได้ ปารมีไม่ละความพยายาม ว่ายน้ำหนี หินแกล้งหลอกว่าในคลองมีจระเข้ ปารมีก็รีบว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันที ไม่ว่าปารมีจะคิดหนีวิธียังไง ก็ไม่รอดพ้นจากหินและ การ์ดอาสาของชุมชุนหอยใหญ่ได้ แคทบอกให้ปารมีอยู่ที่นี่สักระยะเพื่อความปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว แคทอยากอยู่ใกล้หิน การหายตัวไปของปารมีทำให้ทุกคนร้อนใจ โดยเฉพาะเชน..เขารู้สึกเป็นห่วงปารมีอย่างที่ไม่เคยเป็นกับคนอื่น จนนิตาและเอมิกาเริ่มสังเกตเห็นได้ แต่เชนไม่ยอมรับ และไม่รู้ตัว

          หินส่งข่าวบอกเดโชว่าปารมีปลอดภัย จะให้ส่งตัวกลับหรือเปล่า เดโชบอกว่าไม่ต้อง ฝากให้หินดูแลปารมีสักพัก และถ้าช่วยดัดนิสัย หรือทำให้ปารมีตาสว่างได้จะดีมาก หินจึงสั่งให้ปารมีช่วยทำงาน ปารมีไม่ยอมทำอะไรเลย หินจึงเล่นบทโหด (หลอก ๆ ) บอกว่าถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน ปารมีทนหิวไม่ไหวยอมทำงาน หินพาเธอไปนั่งแกะหอย แลกกับเงินไม่กี่บาท แล้วก็ไปรับจ้างต่าง ๆ นานา การทำงานครั้งนี้ทำให้ปารมีรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงิน แต่สิ่งที่ปารมีได้เรียนรู้มากกว่านั้นคือ ความสนุกในการใช้ชีวิตของชาวชุมชนหอยใหญ่ รวมทั้งเธอก็ได้เห็นความดีของหิน ยิ่งรู้ว่าหินรักแม่มาก ยิ่งทำให้ปารมีสำนึกผิด เธอจึงแวะเวียนไปไหว้เคารพกระดูกแม่ของหินทุกวัน….

          การเปลี่ยนแปลงของปารมีอยู่ในสายตาของหิน เขาเผลอชื่นชมออกมาหลายครั้ง จนไอ้ไฟเริ่มจับได้แต่หินก็ยังคงปากแข็ง ไม่ยอมรับ และ …ไม่รู้ตัว ปารมีเองจากเดิมที่ไม่เคยสนใจความชื่นชมของแคทที่มีต่อหิน ก็เริ่มเกิดอาการหมั่นไส้ และแอบหงุดหงิดแปลก ๆ เมื่อแคทพยายามพิชิตใจหิน แข่งกับเจ๊นิดหน่อยเจ้าถิ่น มีหินอยู่ไหนก็ต้องมีนิดหน่อยและแคทที่นั่น ความขัดเคืองใจของปารมีแสดงออกมาให้แคทเห็นหลายครั้ง จนเริ่มผิดสังเกต แคทแอบแซวว่าคิดอะไรกับหินหรือเปล่า..ทำเหมือนหึง ปารมีรีบเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ไม่รู้ว่าในใจเริ่มโอนเอน ..

          เชนพยายามตามหาตัวปารมีด้วยความห่วงใย  และเริ่มมั่นใจว่าหินต้องเกี่ยวข้องกับการหายตัวไป ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของหินกับปารมีเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปารมีก็เริ่มสับสนและไม่ยอมรับว่าตัวเองเริ่มหลงรักหินเหมือนกัน เชนตามมาพาตัวปารมีกลับไป หินปล่อยวาง กลับไปใช้ชีวิตที่ชุมชนหอยใหญ่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้หัวใจของเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว เรื่องราวความรักของหินและปารมีจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน ละครบ่วงร้ายพ่ายรัก ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น.ทางช่อง 7 สี ละครบ่วงร้ายพ่ายรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกจันทร์ 12 ตุลาคมนี้

Posted by: kratauy | กันยายน 24, 2009

GetAttachment

Posted by: kratauy | กันยายน 23, 2009

อะไร..ยังไง

ผิดคนอื่นมองเห็นเป็นขุนเขา

ผิดของเรามองเห็นเป็นเส้นขน

ตดคนอื่นเหม็นเบื่อฉันเหลือทน

ตดของตนเหม็นได้ไม่เป็นไร

เอากลอนของเพื่อนมาลงให้อ่านเล่นอย่างนั้นแหล่ะ เพราะคนเราส่วนใหญ่เป็นแบบนี้จริงๆ ความผิดของคนอื่นเล็กน้อยเอามาทำให้มันใหญ่โตได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบหน้ากัน หรือพูดง่ายๆว่าเกลียดกัน แค่เอาไม้จิ้มฟันจิ้มมดตาย ก็สามารถเอามาพูดให้คนๆนั้นเลวได้ในสายตาของคนทั่วไป ทำไมนะคนเราส่วนใหญ่ไม่ชอบที่จะหันมาดูตัวเอง มาพิจารณาตัวเองให้ถ่องแท้เสียก่อน แล้วค่อยไปพิจารณาคนอื่น หรือไม่ก็พิจารณาแต่ตนเองไม่ต้องไปพิจารณาคนอื่นเค้าหรอก ให้เค้าพิจารณาตัวเค้าเอง แต่ถ้าในฐานะเพื่อนฝูงบอกกันอย่างจริงใจให้แก้ไขคงจะดี เพราะคนเราบางทีมันก็เหมือนเส้นผมบังภูเขานั้นแหล่ะ ไม่ให้คนอื่นพูดก็มองไม่เห็น บางคนรู้ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้จักตัวเอง ก็ต้องให้เพื่อนบอก ให้เพื่อนเล่าให้ฟังว่าตนเองเป็นอย่างไร ก็เป็นสิ่งดีถ้ายอมที่จะรับฟัง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบฟังเรื่องไม่ดีของตัวเอง แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีของคนอื่นละก็ ถึงไหนถึงกัน ฟังเถอะ…เรื่องไม่ดีของตัวเอง พิจารณา ถ้าใช่ แก้ไขได้ก็แก้ไข ถ้าไม่ใช่…ก็ฟังให้รู้ว่า มุมมองของเพื่อนที่มองเรา เค้ามองอย่างไร

ทำสิ่งที่ตนเองควรทำให้ดีที่สุด แล้วมีเวลาเหลือค่อยช่วยดูของคนอื่น ถ้าเค้าเต็มใจที่จะให้เราช่วยดู อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว อะไรที่ช่วยกันทำให้มันดีขึ้นได้ก็ช่วยกันไป ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด จำไว้ว่า ไม่มีอะไรดี หรือไม่ดีถาวรในโลกใบนี้ อยู่ที่สังคม และความคิดในคนคนนั้น ก็เท่านั้น คิดอะไรมาก..สาธุ

5035

Posted by: kratauy | กันยายน 22, 2009

จำเลยกามเทพ

มานเมตต์ (เมฆ) ผู้กำกับหนุ่ม ดีกรีเด็กนอก มีพี่ชายชื่อ ธรณิศ์ ( ปอม ) เป็นดารานักแสดงชื่อดังของไทย เมื่อ เมฆกลับมา ปอมก็ขอร้องให้เมฆช่วยลักพาตัว เนตรอัปสร ( นิ่ม ) โดยให้เหตุผลว่า นิ่มจะทำให้ปอมเลิกรากับ ชเนตตี (ผักกาด) แฟนสาว เมฆจึงยอมช่วยเพราะตนเองก็มีปมในวัยเด็กที่ฝังใจกับเรื่องมือที่สามเหมือนกัน ซึ่งทั้งเมฆและปอมก็วางแผนกันว่าเมฆ จะปลอมเป็น เสือเมฆ ในที่สุดแผนที่รอคอยก็มาถึง แต่เกิดผิดแผน เพราะนิ่มถูกเสี่ยปลาผู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องคาวๆลักพาตัวไปหวังข่มขืน แต่เมฆ กับ ปอม ตามมาช่วยนิ่มที่นอนหมดสติได้สำเร็จ และทั้งสองก็เริ่มแผนการด้วยการจับตัวนิ่มไปขังอยู่บนเกาะ เมื่อนิ่มรู้สึกตัวก็พยายามจะหนีแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ

 ตลอดเวลาที่เสือเมฆและนิ่มอยู่ด้วยกัน เสือเมฆจะคอยแกล้งสารพัดแต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากมาย ส่วนนิ่มก็พยายามหนีอยู่ตลอด จนกระทั่งเมื่อทั้งสองอยู่ด้วยกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ ที่เสือเมฆมีให้นิ่มเริ่มก่อตัวขึ้น ถึงแม้เสือเมฆจะพยายามห้ามใจ แต่ไม่สามารถทนความน่ารักของนิ่มได้ เมฆหลงรักนิ่มเข้าอย่างจัง และตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเมฆไม่เคยล่วงเกินนิ่มเลย เพราะคำสั่งสอนของแม่ ที่ค่อยสั่งสอนเขาเสมอ เมฆตัดสินใจที่จะสารภาพ เรื่องทุกอย่างกับนิ่ม

แต่ทันใดนั้นหญิงสาวที่ชื่อ ปารุดา (น้องดา) ก็ปรากฏตัวขึ้น เธอคือนักแสดงสาวผู้สวมบทบาทนางร้าย และเธอรังเกียจผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เมฆ นั้นเป็นเพราะ ปารุดา หลงรักเมฆ แต่เมฆมีคนรักอยู่แล้ว และเธอก็ได้ทำลายเมฆ ด้วยการโกหก รฐา แฟนของเมฆว่า เธอท้อง รฐา เชื่อสนิทใจยอมเลิกกับเมฆ จากความร้ายกาจนี้เอง เมฆจึงตัดความสัมพันธ์ปารุดาเป็นเพียงคนรู้จักเท่านั้น เมื่อกลับมาสู่เหตุการณ์ปัจจุบัน ปารุดา นำเรื่องราวของแผนการลักพาตัวมาเปิดเผยว่า เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนิ่ม และปอม ที่รวมหัวกัน เมฆโกรธนิ่มมาก ไม่ยอมฟังคำอธิบายของนิ่ม ว่า ที่ทำไปเพราะอยากรู้จักเมฆ และอยากให้เมฆหันมามองเธอบ้าง

 จากนั้น เมฆ ได้ทำละครชื่อว่า “โค้งรุ้งที่ปลายทะเล” โดยให้นิ่มเป็นนางเอก และปอมเป็นพระเอก เมื่อนิ่มต้องร่วมงานกับเมฆ นิ่มพยายามตื้อ และปรับความเข้าใจ จนเมฆใจอ่อนยอมคืนดี แต่ยังไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ การถ่ายละคร และความรักของเมฆกับนิ่ม เป็นไปอย่างราบรื่น จนวันหนึ่ง เมฆ ได้พบกับ รฐา โดยบังเอิญและได้รู้ว่ารฐาเดินทางกลับมาเมืองไทยด้วยความบอบช้ำจากการหย่าร้าง เมฆบอกนิ่มว่า รฐาคือแฟนเก่า เกือบได้แต่งงานกันแต่มีเหตุทำให้ต้องเลิกกัน นิ่ม เห็นใจ รฐา แต่ รฐาเองกลับคิดแย่งเมฆคืนมา ส่วนปารุดาเอง ก็ไม่ยอมยก เมฆ ให้ใครทั้งนั้น………

Posted by: kratauy | กันยายน 21, 2009

เมียน้อย

บอกตรงๆค่ะว่าเบื่อจริงๆกับการที่ได้ยินคำนี้ “เมียน้อย”คำจำกัดความสั้นๆที่ได้จากผู้ชายนิสัยง่ายๆ ไร้สำนึก และผู้หญิงสิ้นคิด ไร้สมอง…

เอ…แต่มานั่งคิดดูอีกครั้งนึงผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยส่วนใหญ่สมัยนี้ มีความคิด และบางคนก็เรียนจบเสียสูงซะด้วย ว่าไร้สมองไม่ได้ ขอถอนคำพูด…แต่เอ..เป็นเพราะอะไรล่ะที่ทำให้ผู้หญิงที่มีสมองพวกนี้ยอมที่จะเป็นเมียน้อยให้กับผู้ชายคนนึง ที่เค้ามีลูกมีเมียแล้ว เรามาหาคำตอบกันดีกว่าเนอะ เปลี่ยนใจละไม่อยากว่าใครผิดใครถูแล้วเพราะคิดว่ามันคงหาคำตอบได้ยากมากๆพอกับการงมเข็มในมหาสมุทรเลยทีเดียว

อิชั้นว่าน่าจะเป็นเพราะเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนเลยที่เดียว ที่ทำให้ผู้หญิงดีๆยอมที่จะเป็นเมียน้อยเค้า ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี ทั้งที่รู้ว่ามันปาบ แต่ก็ต้องยอมทน บางคนสวยยิ่งกว่านางสาวไทยเสียอีก แต่ก็ต้องมานั้งทนที่จะเป็นเมียน้อยเค้า ก็คงเป็นเพราะกรรมจริงๆนั้นแหล่ะ ไม่เช่นนั้นแล้วคงคิดกันได้หมด ฉะนั้นคนเหล่านี้อย่าไปเกลียดพวกเธอเลยถ้าเธอรู้จักที่จะอยู่ ไม่ไประรานบ้านใหญ่ ขอให้เธอแค่ได้รัก ได้ชดใช้กรรมให้กับเค้าคนนั้นให้หมดไปในชาตินี้เถอะนะ สงสารพวกเธอเถอะ…

sexi025

แต่ยังมีอีกพวก คือพวกที่ทำเป็นอาชีพคนพวกนี้ไม่รู้ว่าพ่อใคร สามีใคร ถ้าเลี้ยงตูได้ตูจับแหลก พวกนี้จะต้องจัดการกับพวกผู้ชายหน้าโง่ ไม่รู้จักพอ คงไม่ต้องไปขอร้องอะไรกับผู้หญิงพวกนั้นหรอกนะค่ะ เชื่อเถอะถ้าพวกเค้ามีจิตสำนึก คงไม่คิดทำตั้งแต่แรก หันมาจัดการคนของเราให้อยู่ ถ้าไม่อยู่ก็เลิกกับเค้าซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย….

Posted by: kratauy | กันยายน 21, 2009

ปราสาทมืด

prasart-02

หม่อมเจ้าหญิงอุมารังษี ทะเลาะกับหม่อมอร ผู้เป็นมารดา เรื่องที่หม่อมอรจะลดตัวไปแต่งงานกับนายเม้ง คนไทยเชื้อสายจีน ท่านหญิงจึงเอาสร้อยเพชรที่เสด็จพ่อประทานให้ไปจำนำ เพื่อส่งเงินไปให้หม่อมเจ้าชายพงษ์อิศรา พี่ชายที่อังกฤษ และขอร้องไม่ให้พงษ์อิศรารับเงินจากหม่อมอร เพราะเป็นเงินของนายเม้ง พร้อมบอกข่าวที่เธอจะเดินทางไปเป็นครูที่ จ.เชียงใหม่

 บนรถไฟ ภะรตที่ดูท่าทางไม่สนใจอุมารังษี ก็เอ่ยชวนอุมารังษีไปทานข้าวที่ห้องอาหารรถไฟ ระหว่างนั้นภะรตรู้ว่าอุมารังษีจะไปเป็นครูที่เชียงใหม่แต่ยังไม่มีจุดหมายแน่นอน จึงเอ่ยชวนเธอไปทำงาน เป็นครูพี่เลี้ยงให้น้องสาวพิการและเป็นใบ้ของเขา อุมารังษีตอบตกลงเมื่อภะรตให้ปืนไว้แก่เธอ และบอกสามารถยิงเขาได้ทุกเมื่อ ถ้าคิดว่าเขาไปปลอดภัยแก่ตัวเธอ โดยเธอบอกเพียงว่าชื่อ อุมา

 เมื่อถึงปราสาทกลางป่าลึก อุมารังษีตะลึงกับความโอ่อ่า สวยงาม ขึ้นขั้นนอนไม่หลับ รุ่นเช้าอีกวันเธอจึงตื่นสาย และลงมาที่โต๊ะอาหารช้า ป้าแช่มซึ่งเป็นแม่บ้าน เหน็บแนมอุมารังษีทันที บนโต๊ะอาหารภะรตสั่งให้กัญญาเปลี่ยนห้องนอนกับอุมารังษี กัญญาไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ หลังจากนั้นอุมารังษีตามภะรตเข้ามาห้องนั่งเล่น จึงได้พบกับคุณแจ๋ว อุมารังษีถูกชะตาทันที

 คืนหนึ่งอุมารังษีนอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่ง จึงตัดสินใจออกไปดู ทำให้เธอพบกับภะรตที่ท่าทางเหมือนกำลังออกไปไหน อุมารังษีตัดสินใจสะกดรอยตาม ภะรตรู้ตัวว่าอุมารังษีตามมา เลยหยุดไม่ไปต่อพร้อมดักตัวอุมารังษีไว้ และบอกไม่ได้ยินเสียงอะไร ภะรตไปส่งเธอยังห้องนอนและกำชับห้ามไม่ให้พะวงกับสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเธอ อุมารังษีสงสัยมาก แต่ก็กลับเข้าห้องนอนตามที่ภะรตสั่ง

 วันต่อมา นายชดหลอกอุมารังษีมาที่กระท่อมกลางป่าของแม่ทิพ โดยเมื่อแม่ทิพเห็นอุมารังษีก็ตรงเข้าทำร้ายบีบคอทันที อุมารังษีกลัวมากแต่ก็พยายามช่วยเหลือตัวเอง จนภะรตที่ตามมาช่วยไว้ได้ทัน พร้อมย้ำให้อุมารังษีเลิกสงสัยในทุกเรื่อง

 ขณะเดียวกัน หม่อมอรที่กำลังโศกเศร้าเรื่องอุมารังษีหนีออกจากบ้านไป พระองค์เจ้ารวิศักดิ์ เทวัญ ก็มาขอเข้าพบ เพราะพงษ์อิศราซึ่งเป็นรุ่นน้องที่สนิทครั้งอยู่อังกฤษ ฝากเงินกับจดหมายมากับรวิศักดิ์เพื่อให้มาคืนหม่อมอร พลันรวิศักดิ์ได้เห็นรูปอุมารังษีตอนอายุ 16 ก็หลงรักทันที

เช้าตรู่วันหนึ่งอุมารังษีขี่ม้าไปจนถึง ไร่สองพี่น้อง และได้พบศุลีมาส เจ้าของไร่ ศุลีมาสเผลอเรียกบ้านของภะรตว่า ปราสาทมืด อุมารังษีหัวเราะ ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ จนได้เวลาอุมารังษีขอตัวกลับ สวนกับวิษณุ พี่ชายศุลีมาส โดยเธอรีบเล่าเรื่องที่อุมา ภรรยาของภะรตขี่ม้ามาที่ไร่ให้ฟัง เมื่อได้เวลาอาหารกัญญามองอุมารังษีด้วยสายตาตำหนิ และป้าแช่มเข้ามาต่อว่าเรื่องอุมารังษีมาทานอาหารเช้าสาย อุมารังษีต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัว ป้าแช่มโมโหขู่ว่าครูอุมารู้จักนังแช่มน้อยไป

 ตกกลางคืน อุมารังษีนอนไม่หลับนึกน้อยใจในโชคชะตา ที่เจ้าผู้สูงศักดิ์อย่างเธอ ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ จิตใจที่ว้าวุ่นทำให้เธอฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าโศกเศร้า ถูกโซ่ตรวนล่ามข้อเท้า ยื่นมือขอความช่วยเหลือจากเธอ หากพออุมารังษีสะดุ้งตื่นก็พบป้าแช่ม กำลังแอบเข้ามาในห้องเธอ ทำท่าเหมือนจะเข้ามาทำร้าย ฉับพลันอุมารังษีลุกพรวด ป้าแช่มตกใจ รีบแก้ตัวว่ามาตรวจดูความเรียบร้อยแล้วรีบออกไป อุมารังษีรู้ดีว่าป้าแช่มกำลังคิดร้ายกับเธอแน่ จึงขอพรให้ดวงวิญญาณของผู้หญิงที่มาเข้าฝัน ปกป้องคุ้มครองเธอ

 เช้าวันต่อมา อุมารังษีตื้นตันในความอารีของภะรต ที่สั่งชุดขี่ม้าจากรุงเทพฯ มาให้เธอ จึงใส่ขี่ม้าไปเที่ยวที่ไร่สองพี่น้อง และได้พบกับวิษณุ ทั้งสามคุยกันอย่างสนุกสนาน จนใกล้เวลาอาหารเช้า อุมารังษีรีบขอตัวกลับ ซึ่งสวนกับพระองค์เจ้ารวิศักดิ์และแม่นุ่ม ที่มาพักที่ไร่ของวิษณุ โดยวิษณุเล่าเรื่องครูอุมาให้ทั้งคู่ทราบ แม่นุ่มแอบสงสัยว่าอุมาคนนี้เป็นคนเดียวกับท่าหญิงอุมารังษี

 เมื่อได้พบกันสองพี่น้องแนะนำพระองศ์ชายและแม่นุ่มให้รู้จักอุมา อุมารังษีไหว้พระองค์ชาย แต่เพียงยิ้มให้แม่นุ่มเท่านั้น พระองศ์ชายเห็นอุมาก็คิดว่าคล้ายท่านหญิงอุมารังษีในรูปมาก แต่แม่นุ่มมั่นใจว่าใช่แน่ จากนั้นศุลีมาศก็ชวนทั้งหมดไปเที่ยวลำธารหลังไร่ จากการพูดคุยกัน ทำให้ได้รู้ความจริงว่าอุมาไม่ได้เป็นภรรยาภะรต หากเป็นครูของคุณแจ๋วน้องสาวภะรต เช่นนั้นแล้วแม่นุ่มจึงลอบสังเกตุเห็นพระองค์ชายท่าทางปกติ แต่วิษณุแอบลอบถอนใจ มองอุมาด้วยสายตารุ่งโรจน์

 อุมารังษีกลับถึงปราสาทในตอนเย็น ก็ได้รับคำสั่งจากภะรต ให้ไปส่งเขายังสถานีรถไฟ ซึ่งภะรตจะเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ กัญญาเห็นเช่นนั้นก็เกิดความริษยา พอถึงสถานีรถไฟภะรตสั่งอุมาอย่างเป็นห่วงให้ดูแลตีวเองดีๆ พกปืนติดตัวตลอดเวลา ก่อนขึ้นรถยังหันมากำชับอุมาไม่ให้ลืมล็อคประตู

 ที่กรุงเทพฯ ภะรตไปงานเต้นรำกับวาสิณ วาสิณเห็นภะรตเบื่อๆ จึงหาเพื่อนคุยมาให้ เป็นเด็กผู้หญิงชื่อพิมพ์ทิพ เมื่อภะรตเห็นหน้าเธอก็ตะลึง เพราะพิมพ์ทิพหน้าตาคล้ายคุณแจ๋วมาก ขณะเดียวกันอุมารังษีนอนไม่หลับ ออกไปเดินเล่นที่เฉลียง ทันใดก็พบกับชายลึกลับคนหนึ่ง ที่ปีนขึ้นมา ชายคนนั้นเห็นอุมารังษีก็ท่าทางตกใจเหมือนเห็นผี แล้วเรียกชื่อประวิญ อุมารังษีตกใจมากหยิบปืนขึ้นมาขู่ ชายลึกลับปัดปืนหล่นแล้วหนีไปได้

 ภะรตกลับมาจากกรุงเทพฯ และรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น รีบมาถามอุมาเรื่องชายลึกลับ และว่าเคราะห์ดีเหลือเกินที่เธอปลอดภัย แล้วบอกว่าถ้าชายคนนั้นมาเจอเขา เรื่องทุกอย่างคงจบลงเสียที อุมารังษีสงสัยเรื่องราวความลับของปราสาทมากขึ้น

 อุมารังษีได้รับจดหมายจากรวิศักดิ์ ใจความพระองค์ชายทรงทราบว่าเธอคือ ท่านหญิงอุมารังษี รวิศักดิ์บอกว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและพร้อมจะช่วงเหลืออุมารังษีทุกเรื่อง ขณะเดียวกันภะรตไปรักษาคนไข้ที่เชิงเขา จนเย็นก็ยังไม่กลับ อุมารังษีเป็นห่วงภะรตมาก เพราะฝนทำท่าจะตกหนัก สักพักนายชดขี่ม้ากลับมาคนเดียวและบอกทุกคนว่าภะรตถูกยิงบาดเจ็บสาหัสอยู่กลางป่า ให้ตนมาเอาเครื่องมือผ่าตัด

 อุมารังษีเป็นห่วงภะรตจึงขอตามนายชดไปด้วย ระหว่างการเดินทางกลางสายฝน นายชดลอบทำร้ายอุมารังษีจนตกจากหลังม้า อุมารังษียิงสู้แต่พลาดถูกนายชดจับมัด ขณะเดียวกันภะรตเจอม้าที่อุมารังษีใช้ขี่ วิ่งวนเวียนอยู่ในป่า รู้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้น จึงรีบตามหาและช่วยอุมารังษีไว้ได้ทัน แต่นายชดหนีไปได้ ส่วนภะรตติดฝนอยู่กับอุมารังษีกลางป่า อุมารังษีเป็นไข้และเพ้อจนภะรตรู้ว่าเธอคือหม่อมเจ้าหญิงอุมารังษี

 อุมารังษีฟื้นขึ้นมาพบว่าภะรตนั่งเฝ้าเธอยู่ อุมารังษีสลบไปสองคืนหนึ่งวัน ขณะเดียวกันป้าแช่มให้นายชดหนีไปกรุงเทพฯ แต่นายชดกลับวนเวียนอยู่ที่เดิม วันหนึ่งป้าแช่มเข้ามาพูดหวังดีกับอุมารังษีว่าภะรตไม่ใช่คนดี เป็นผู้ร้ายฆ่าคน แต่ที่เธอต้องทนเพราะคุณกัญญาเจ้านายของเธอรักอยู่กับภะรต ป้าแช่มเกลี้ยกล่อมให้อุมารังษีไปจากที่นี่ อุมารังษีสับสันมาก คืนนั้นกัญญาเข้ามาร้องไห้และโผเข้ากอดภะรต อุมารังษีออกมาเดินเล่นและเห็นว่าภะรตกำลังกอดอยู่กับกัญญา อุมารังษีเสียใจ ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไปจากปราสาทมืด

 รวิศักดิ์ได้รับจดหมายจากวิษณุ ที่เขียนมาบอกว่าคุณอุมาลงไปทำงานเป็นพยาบาลให้คุณเทพ ลุงของจักราที่ จ.นราธิวาส แม่นุ่มเดาว่าอุมารังษีอาจชอบภะรตก็ได้ รวิศักดิ์อึ้งไปทันที รวิศักดิ์ วิษณุ และวาสิณมาล่องเรือเที่ยวกับพวกหม่อมอร บนเรือวิษณุได้เจอกับพิมพ์ทิพ หลังจากพูดคุย จึงได้รู้ว่าพิมพ์ทิพคือน้องสาว (ลูกพี่ลูกน้อง) ของจักรา วิษณุท่าทางสนใจพิมพ์ทิพมาก แต่พอเห็นรวิศักดิ์แอบมองอยู่ วิษณุก็หาเรื่องคุยว่าทำไมหม่อมอรหน้าคล้ายกับคุณอุมา รวิศักดิ์เฉลยความจริงให้วิษณุรู้ว่า ครูอุมาคือหม่อมเจ้าหญิงอุมารังษี ธิดาของหม่อมอร

 ที่เชียงใหม่ วิษณุ ศุลีมาส วาสิณและพิมพ์ทิพนั่งทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ทั้งหมดพบกับป้าแช่ม กัญญาและนายมั่น ซึ่งพอฝ่ายหลังเห็นพิมพ์ทิพย์ก็มีท่าทางตกใจ ระหว่างนั่งรถกลับปราสาท ทั้งสามพูดเรื่องพิมพ์ทิพย์ที่หน้าตาคล้ายคุณแจ๋ว นายมั่นเอ่ยว่าพิมพ์ทิพอาจเป็นลูกแม่ทิพอีกคนก็ได้

 ศุลีมาสทราบเรื่องครูอุมาคือ หม่อมเจ้าหญิงอุมารังษี ก็ตกใจ วิษณุบีบมือน้องสาวอย่างปลอบโยน เพราะกลัวน้องสาวเสียใจเรื่องพระองค์ชาย ซึ่งตัววิษณุเองต้องหลีกทางเช่นกัน เพราะไม่อาจหมายปองของรักของเจ้านายได้ หากศุลีมาสกลับทำตัวปกติ แจ่มใจปฏิบัติกับรวิศักดิ์ดังเดิม

 นายชดมาเป็นคนงานที่ไร่สองพี่น้อง โดยวิษณุไม่รู้ว่านายชดหนีคดีมา วันหนึ่งนายชดปวดท้องหนัก วิษณุตามภะรตมาดูอาการ นายชดตกใจมาก ขณะผ่าตัดนายชดเพ้อถึงเรื่อง ประวิญ คุณท่านรักคุณอุมา คุณอุมาอยู่ไม่ได้ คำเพ้อของนายชดอยู่ในสายตาของทุกคน จนผ่าตัดปลอดภัยเสร็จ วาสิณก็อาสาไปส่งภะรตที่บ้าน ระหว่างคุยในรถ วาสิณบอกภะรตว่าอุมารังษีอยู่ จ.นราธิวาส ภะรตอึ้งไป

 วันต่อมา วาสิณไปหาภะรตที่โรงพยาบาล ในขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้น วาสิณกวาดสายตาไปเห็นราชิต จ้องมองภะรตอย่างไม่ละสายตา วาสิณแอบสะกดรอยตามราชิตไปจนถึงกระท่อมเล็กๆ ในป่ารกแห่งหนึ่ง

 ที่ปราสาท ป้าแช่มวางแผนจะให้กัญญาเข้าไปนอนกับภะรต แต่ถูกคุณแจ๋วขวางไว้และพยายามดึงพี่ชายให้ออกห่างป้าแช่มกับกัญญาตลอดเวลา ทำให้ป้าแช่มเริ่มคิดว่าคุณแจ๋วเป็นตัวปัญหา ป้าแช่มเป่าหูแม่ทิพว่าภะรตจะส่งคุณแจ๋วไปอยู่สถานเด็กพิการที่กรุงเทพฯ เพราะเบื่อเป็นภาระ และคิดจะแต่งงานกับผู้หญิง ทำให้แม่ทิพแอบมาอุ้มคุณแจ๋วไป

 ภะรตออกตามหาคุณแจ๋วกับแม่ทิพไปจนถึงหน้าผา เป็นจังหวะที่แม่ทิพกำลังจะตกสู่เบื้องล่าง ภะรตกระโดดคว้าตัวคุณแจ๋วได้ทัน คุณแจ๋วช็อคกับภาพแม่ทิพตายต่อหน้า ทำให้ไม่ได้สติอยู่หลายวัน ภะรตนั่งเฝ้าน้องไม่ห่าง ถึงขนาดไม่ยอมกินไม่ยอมนอน จนแทบจะป่วยไปอีกคน

 จ.นราธิวาส ภะรตมาพร้อมหมอดุสิตเพื่อดูอาการลุงเทพ ลุงเทพขอคุยกับภะรตตามลำพัง และฝากฝังคุณแจ๋วกับพิมพ์ทิพ ทำให้ภะรตรู้ว่ามีน้องสาวอีกคน ไม่นานลุงเทพก็สิ้นใจ จากนั้นภะรตขอร้องให้อุมารังษีไปหาคุณแจ๋วกับตน โดยส่งจดหมายจากคุณแจ๋วให้อุมารังษีอ่าน แจ๋วพบครูอุมาแล้ว คุณพี่เอาของแจ๋วให้คุณอุมาให้หมด แจ๋วรักคุณอุมากับคุณพี่ อุมารังษีคิดถึงคุณแจ๋วด้วย จึงตัดสินใจกลับปราสาททันที

 ระหว่างแวะพักโรงแรมที่ภะรตและอุมารังษีเดินทางมาด้วยกัน ทั้งคู่มีโอกาสพูดคุยกัน แต่ด้วยทิฐิบวกกับความหึงหวง ทำให้ทั้งคู่ไม่เข้าใจกันเสียที หากพอถึงปราสาท คุณแจ๋วได้เห็นหน้าครูอุมาของเธออีกครั้ง ก็ยิ้มและสิ้นใจอย่างสงบ คุณแจ๋วจากไป ทิ้งเรื่องราวความรักของ ภะรต และ อุมารังษี ที่สุดคาดเดาว่าจะจบลงรูปแบบใด

งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง

     งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง ของจังหวัดตาก เป็นงานประเพณีที่นำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน และงานศิลปวัฒนธรรม มาหล่อหลอมรวมกันจนเกิดเป็นรูปแบบที่โดดเด่น ได้มีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนานหลายชั่วอายุคน ซึ่งจะแตกต่างกับงานประเพณีลอยกระทงของจังหวัดอื่น เพราะส่วนประกอบของกระทงจะมีการนำ กะลามะพร้าว มาใช้เป็นส่วนใหญ่ เหตุที่มีการนำเอากะลามาเป็นส่วนประกอบนั้น เนื่องมาจากชาวเมืองตาก มีการนำเอามะพร้าวมาแปรรูปทำเป็นอาหารว่าง ที่เรียกว่า “ เมี่ยง ” โดยถือเป็นอาหารว่างที่ชาวเมืองตากรับประทานเป็นประจำหลังอาหาร ซึ่งมีมะพร้าว ถั่วลิสง ใบเมี่ยงหมัก เป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากทำเพื่อรับประทานกันเองภายในครอบครัวแล้ว ยังมีการนำมาขายเป็นอาหารพื้นเมืองและได้รับความนิยมในภาคเหนือโดยทั่วไป กรรมาวิธีในการแปรรูปมะพร้าวเป็น “ เมี่ยง ” นั้น มีการขูดเอาเฉพาะเนื้อมะพร้าวมาทำ ส่วนกะลามะพร้าวจะถูกทิ้งไว้ในบริเวณบ้านเป็นจำนวนมาก ไม่มีการนำเอามาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

  

กระทงกะลา   history_krathong11

      ครั้นถึงวันเพ็ญ เดือนสิบสอง ( วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินทางจันทรคติ ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านจึงได้ทดลองนำกะลาด้านที่ไม่มีรูมาทำเป็นกระทง โดยเอากะลามาขัดถูจนสะอาด ตกแต่งลวดลายสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็น รูปตีนกา แล้วหล่อ เทียนขี้ผึ้ง ซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์จุดเพื่อทำพิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตลอดสามเดือน หลังจากออกพรรษาชาวบ้านจะนำเทียนขี้ผึ้งเหล่านั้นมาหล่อใส่ในกะลา ซึ่งถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นศิริมงคลแก่ผู้นำไปลอย ก่อนที่จะปล่อยลงลอยในแม่น้ำปิง ประกอบกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะเกิดสันทรายใต้น้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เมื่อนำ กระทงกะลา ลงลอย กระทงกะลาจะไหลไปตามร่องน้ำดังกล่าว ทำให้ดูเป็นสายอย่างต่อเนื่อง จนสุดสายตา ซึ่งไฟในกะลาจะส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องน้ำ

     โดยเดิมทีก่อนที่จะมาเป็นงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง นั้น การนำเอากระทงกะลามาลอยเป็นสายจะเป็นเพียงการสาธิตการลอยเท่านั้น ซึ่งในระยะต่อมาได้มีการพัฒนาการลอยมาเป็นการแข่งขันกันอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2540 จนเป็นงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง ในปัจจุบัน เป็นรูปแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดตากที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

history_krathong6

Posted by: kratauy | กันยายน 11, 2009

เพลงลอยกระทง

« Newer Posts - Older Posts »

หมวดหมู่