Posted by: kratauy | เมษายน 13, 2009

โรคเครียด

คนเราทุกวันนี้แทบจะหาความสุขไม่ได้เลย ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาเรื่องงาน ปัญหาปากท้อง อื่นๆอีกมากมาย ทำให้เรารู้สึกเครียด จะทำอย่างไรให้หายเครียด กระเทยมีวิธีการมาบอก แต่ก่อนที่เราจะรู้ถึงวิธีการกำจัดความเครียด เราต้องมารู้ความหมายของคำว่าโรคเครียดกันก่อน

 

คำจำกัดความ โรคเครียด เป็นโรคที่มีความผิดปกติทางด้านความกังวล 
ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการ วิตกกังวลมากเกินปกติ บางคนมีอาการ นอนไม่หลับ ใจสั่น 
ตื่นเต้น ตกใจง่าย เหงื่อออกมากผิดปกติ ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก แน่น ท้อง ชาตามตัว 
ตัวอย่างของโรคเครียด เช่น โรควิตกกังวล Generalized Anxiety Disorder โรคกลัว Phobia โรคย้ำคิดย้ำทำ 
Obsessive Compulsive Disorder โรคแพนนิก Panic disorder โรดเครียดที่มีอาการทางกาย Somotoform 
disorder โรคเครียดภวังค์ Dissociative Disorder จะเห็นได้ว่า โรคเครียด 
เป็นโรคที่มีอาการหลากหลาย มาก มักพบว่าผู้ป่วยหลายคน มีอาการทางกาย 
และไปรักษากับแพทย์ทางอายุรกรรม ซึ่งจะตรวจไม่พบ สาเหตุทางร่างกายใด ๆ
 
สาเหต โรคเรียด มีสาเหตุมาจากปัจจัยร่วมระหว่าง ทางด้านร่างกาย และ ความเครียดจากการปรับตัว 
ทางร่างกาย ผู้ป่วยโรคเครียด ก้านสมองจะมีความไวกว่าปกติ ทำให้รู้สึกกังวล และ มีการทางระบบ 
ประสาทอัตโนมัติ เร็วเกิน ไป จึงมีอาการใจสั่น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว 
นอนไม่หลับ ส่วนระดับสารเคมีในสมองพวก นอร์อีพิเนพฟรินสูง ( Norepinephrin ) 
นอกจากนี้ ยา หรือ สารบางชนิด ทำให้เกิดอาการเครียดได้ เช่น กาแฟ ชา 
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ คาเฟอีน โสม หรือแม้แต่ยาแก้หวัด ยาลดน้ำหนัก 
ทางจิตใจ สาเหตุสำคัญคือ ความเครียดที่เกิดจากกิจวัตรประจำวัน บุคลิกภาพ ของผู้ป่วยเองก็มีความ 
สำคัญไม่น้อย ผู้ป่วยที่มีนิสัยวิตกกังวลง่าย ย่อมทำให้เกิดอาการเครียดได้ง่าย 

ความสำคัญ โรคเครียด แม้ว่าไม่เกิดอันตราย กับตัวผู้ป่วยเอง แต่ผู้ป่วยที่มี อาการเครียด 
พยายามไปหาแพทย์หลาย ๆ ท่าน บางครั้งต้องใช้เครื่องมือตรวจพิเศษ ก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ 
ทำให้อาจเกิดโรคแทรกซ้อนจากการตรวจพิเศษ เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา 
ผู้ป่วยโรคเครียดนาน ๆ อาจจะเปลี่ยนไปเป็นโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยก็ไม่ดี 
การนอนไม่หลับ ปวดเมื่อย ทำให้ประสิทธภาพของการทำงานลดลง 

การรักษา
ขึ้นอยู่กับโรคเครียด ว่าเป็นโรคใด เพราะพยากรณ์โรคต่างกัน 
1. การรักษาโดยการใช้ยา ยามีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษา โดยเฉพาะระยะเฉียบพลัน 
ผู้ป่วยที่เครียดมานาน หลังจากได้รับประทานยาคลายกังวล จะรู้สึกอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วใน 3 – 4 วัน 
ปัญหาในการใช้ยาคือ ผู้ป่วยต้องใช้ยาเป็นประจำ ไม่สามารถหยุดยาได้ 
ซึ่งเกิดจากโรคเครียดส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับตัวในชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยได้แต่ทานยาเพื่อบรรเทาอาการ 
ไม่ได้ปรับปรุงบุคลิกหรือการปรับตัวเอง โดยทั่วไป แล้ว ยาคลายกังวล ในปริมาณไม่สูงนัก 
ไม่มีผลเสพติดทางร่างกาย ผู้ป่วยสามารถหยุดยาได้ โดยไม่มีอาการถอนยาแต่อย่างใด 
ตัวอย่างยาคลายกังวลที่ใช้คือ ไดอะซีแพม Diazepam 
2. การรักษาโดยใช้จิตบำบัด โดยเน้นการรักษาแบบจิตบำบัดแบบจิตวิเคราะห์ สามารถ 
เพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัว ชีวิตประจำวันได้ ปรับปรุงบุคลิกภาพตนเอง ให้มีความยืดหยุ่นได้ดีขึ้น 
3. การรักษาโดยใช้พฤติกรรมบำบัด ในกรณีโรคย้ำคิดย้ำทำ หรือ โรคกลัว สามารถใช้วิธีนี้ 
ช่วยในการฝึก เพื่อลดพฤติกรรมดังกล่าวได้ 
4. อื่น ๆ สันทนาการต่าง ๆ ทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย เช่น งานอดิเรกต่าง ๆ ฟังเพลง เล่นกีฬาเบา ๆ 
ปลูกต้นไม้ การใช้หลักศาสนา ซึ่งแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน ย่อมทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้

006

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: