Posted by: kratauy | ตุลาคม 15, 2008

หีบหลอนซ่อนวิญญาณ

เรื่องย่อ

พ.ศ. 2532 ณ คุ้มสายคำ จ.เชียงใหม่ แม่เลี้ยงสายคำ เจ้าของธุรกิจทอผ้าไหมผู้มั่งคั่ง ได้จัดงานเลี้ยงขันโตกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของตน โดยในงานมีการแสดงฟ้อนเล็บ ซึ่งหนึ่งในช่างฟ้อนคือ เอื้องจันทร์ สาวงามที่หนุ่มๆ หมายปอง รวมทั้ง ขวัญเมือง สามีของ เดือนวาด ลูกสาวคนโตของแม่เลี้ยง ส่วน พิมพ์ดาว ลูกสาวคนเล็กของแม่เลี้ยงสายคำมีคู่หมายแล้วคือ วรุณ พ่อเลี้ยงหนุ่มรูปงามซึ่งแม่เลี้ยงสายคำตั้งใจจะประกาศการแต่งงานของสองคนในงานเลี้ยงนี้ แต่วรุณกลับสารภาพว่าเขารักอยู่กับเอื้องจันทร์ ทำให้แม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวโกรธมาก ในคืนนั้นวรุณแอบนัดกับเอื้องจันทร์เพื่อจะหนีตามกันไป โดยให้ จุ่น ลูกชายของ มาลัย ช่างทอผ้าเพื่อนของเอื้องจันทร์ มาบอกให้เอื้องจันทร์ไปรอที่โรงทอผ้าไหม เอื้องจันทร์รีบไปตามนัด แต่แล้วจู่ๆ เธอก็โดนทุบศีรษะจนหมดสติ คนที่ทำร้ายเธอคือแม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวทั้งสองนำร่างของเอื้องจันทร์ไปกลางป่าเพื่อฆ่าทิ้ง โชคดีเอื้องจันทร์ได้สติหนีรอดมาได้ แต่ก็มาเจอขวัญเมืองฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำอีก เอื้องจันทร์เลยต้องหนีลงไปหลบในหีบเก็บผ้าโบราณ ขณะที่ขวัญเมืองกำลังจะเจอเอื้องจันทร์ เดือนวาดที่ตามหาขวัญเมืองอยู่ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทำให้เดือนวาดเห็นพิรุธที่หีบเก็บผ้าใบใหญ่ พอรู้ว่าเอื้องจันทร์ซ่อนอยู่ในนั้นก็คิดว่า เอื้องจันทร์ต้องแอบลักลอบมาพบกับขวัญเมืองสามีเธอแน่ๆเลยแกล้งลั่นกุญแจปิดตาย เอื้องจันทร์ตกใจมากเธอร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียงแต่ไม่มีใครได้ยิน เดือนวาดสั่งให้ บุญตา คนสนิทขนหีบไปทิ้งบึงน้ำหลังบ้าน ระหว่างที่กำลังขนจุ่นมาเห็นเหตุการณ์จึงร้องให้คนช่วย เดือนวาดเลยสั่งให้บุญตาฆ่าจุ่นแล้วทิ้งศพลงในบึงน้ำ ส่วนเอื้องจันทร์ก็โดนเดือนวาดและพิมพ์ดาวจับกดลงไปในหีบ เอื้องจันทร์ต่อสู้สุดชีวิตแต่ก็สู้แรงสองพี่น้องไม่ไหว ในที่สุดเอื้องจันทร์ก็โดนจับขังในหีบแต่เฮือกสุดท้ายเอื้องจันทร์คว้าสร้อยทับทิมของเดือนวาดติดมือไปด้วย เดือนวาดสั่งให้บุญตาผลักหีบลงน้ำ เอื้องจันทร์จึงขาดใจตายอยู่ในหีบอย่างทรมาน ส่วนวรุณก็โดนลอบทำร้ายจนหมดสติ เมื่อตื่นขึ้นมาก็ไม่พบเอื้องจันทร์แล้ว แม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวเลยใส่ความว่าเอื้องจันทร์หนีตามผู้ชายไป วรุณเสียใจมากและหายหน้าไปด้วยความตรอมใจ ส่วนมาลัยแม่ของจุ่นก็โศกเศร้าเสียใจที่ลูกชายตายไปจนกลายเป็นคนเสียสติเรื่องราวในคืนนั้นจึงกลายเป็นความลับดำมืดที่ไม่มีใครรู้ว่าเอื้องจันทร์หายไปไหน มีเพียง อุ๊ยทา ชายแก่ขี้เมาคนเฝ้าโรงทอผ้าไหมที่เป็นคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าปริปากบอกใคร หลังเหตุการณ์คืนนั้นแม่เลี้ยงสายคำก็ปิดตายโรงงานทอผ้าไหม แล้วย้ายครอบครัวลงไปทำธุรกิจที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2550 กรุงเทพฯ สายไหม ลูกสาวของขวัญเมืองและเดือนวาดที่เพิ่งเรียนจบ เธอเป็นสาวสมัยใหม่ที่มั่นใจในตัวเองและต้องการจะทำธุรกิจโฮมสเตย์ที่คุ้มสายคำเรือนไทยเก่าแก่ของครอบครัว ซึ่งทุกคนในบ้านต่างพากันคัดค้าน แต่สายไหมก็รั้นไม่ยอมฟัง เธอเลยชวน ติ่มซำ เพื่อนสนิทขึ้นไปดูสถานที่ที่เชียงใหม่ ระหว่างเดินทางสายไหมได้พบกับ พรรษา นายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งย้ายมารับราชการที่เชียงใหม่ พรรษาประทับใจในตัวสายไหมทันที เมื่อถึงคุ้มสายคำสายไหมและติ่มซำได้พบกับอุ๊ยทา คนดูแลคุ้มที่ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังและมาลัยหญิงบ้าที่อุ๊ยทาต้องดูแล บรรยากาศในคุ้มดูวังเวงน่ากลัวจนติ่มซำอยากจะหนีกลับ แต่สายไหมยืนยันว่าจะปรับปรุงบ้านและโรงงานผ้าไหมเก่าแก่ ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิปให้ได้ กลางดึกคืนนั้นสายไหมฝันเห็นเด็กมากวักมือเรียกให้ตามไปที่บึงน้ำหลังบ้าน เด็กคนนั้นชวนเธอพายเรือออกไปกลางน้ำ แต่ก่อนที่สายไหมจะลงเรือ เกิดได้ยินเสียงกรี๊ดลั่นของติ่มซำซะก่อน สายไหมเลยรีบวิ่งกลับบ้านไปหาติ่มซำติ่มซำละล่ำละลักบอกว่าได้ยินเสียงต่างๆ มากมายในฝัน ทั้งเสียงกลอง เสียงกี่ทอผ้าที่ขยับโครมคราม เสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาคำเมือง สายไหมเลยปลอบใจว่าติ่มซำคิดฟุ้งซ่านไปเอง วันรุ่งขึ้น เรวัติ พ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของโรงแรมได้ข่าวว่าสายไหมจะมาพัฒนาคุ้มสายคำ และโรงทอผ้าไหมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เขาจึงมาหาและทำเป็นชื่นชมในความคิดของเธอ แต่ความจริงเรวัติอยากจะเป็นเจ้าของคุ้มสายคำมากกว่าแต่ระหว่างที่สายไหมและเรวัติกำลังเดินดูโรงงานทอผ้าด้วยกัน จู่ๆ เธอก็หลงเข้าไปในห้องเก็บผ้าโบราณ สายไหมลองเปิดดูแล้วเกิดเหตุการณ์ประหลาดคล้ายถูกผลักลงไปในหีบ แล้วสายไหมก็ติดอยู่ในนั้นไม่สามารถออกมาได้ พรรษามาที่คุ้มสายคำเพราะนัดกับติ่มซำ เพื่อแลกกระเป๋าเดินทางที่สลับกันที่สนามบิน ทำให้รู้เรื่องที่สายไหมหายตัวไป เลยช่วยกันออกตามหาแล้วพรรษาก็ช่วยสายไหมออกมาได้ทัน ก่อนที่เธอจะเป็นอันตรายคืนต่อมาสายไหมได้พบกับเด็กชายอีกครั้ง เด็กพายเรือพาสายไหมออกไปกลางน้ำแล้ว จู่ๆ เรือก็คว่ำเด็กจมน้ำหายไป สายไหมรีบกระโดดลงน้ำตามไปช่วย แต่เด็กกลับดึงสายไหมลงไปใต้น้ำ เธอพยายามดิ้นรนจะเกือบจะหมดสติ แต่จู่ๆ เด็กกลับปล่อยร่างของเธอลอยขึ้นมา พอสายไหมรอดมาได้ก็ไปคาดคั้นจนอุ๊ยทาต้องเล่าความจริงให้ฟังว่า เด็กคนนั้นคือชื่อจุ่น เป็นลูกชายของมาลัยที่หายไปตั้งแต่ยังเด็ก มีคนเห็นวิญญานจุ่นแถวบึงน้ำบ่อยๆเชื่อกันว่าจุ่นคงไปเล่นซนแล้วตกน้ำตายโดยไม่มีใครรู้ ติ่มซำกลัวจนสติแตกรีบเก็บของจะกลับกรุงเทพฯ ให้ได้ แต่สายไหมมั่นใจว่าจุ่นไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอ แต่ต้องการให้เธอลงไปใต้น้ำเพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง สายไหมจึงขอให้พรรษามาช่วยเธอค้นหาความจริง พรรษาชวน ดาบสนิท นายตำรวจคู่หู มาช่วยกันค้นหาบางอย่างใต้บึงน้ำ แล้วพรรษาก็เจอหีบไม้ขนาดใหญ่จมอยู่ใต้โคลนก้นบึง ซึ่งลักษณะของหีบเหมือนกับหีบใส่ผ้าโบราณในโรงทอผ้าไหมแต่ฝาหีบถูกปิดล็อคไว้อย่างแน่นหนา พอเปิดหีบออกทุกคนก็ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อพบว่าในหีบคือร่างของหญิงสาวในชุดฟ้อนเล็บ ศพนั้นเน่าเปื่อยจนหมดสภาพ เหลือสิ่งที่เป็นหลักฐานคือชุดผ้าไหม เล็บที่ทำจากทองเหลือง และทับทิมสยามเม็ดงามตกอยู่ก้นหีบ ในเมื่อสภาพการณ์บ่งชัดว่าเป็นการฆาตกรรม พรรษาจึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาขอเก็บหีบเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน รวมทั้งทับทิมเม็ดนั้น เพราะเป็นไปได้ว่าอาจเป็นของฆาตกรข่าวลือแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าศพในหีบคือผีแม่หญิงเอื้องจันทร์ ประกอบกับมีคนเห็นผีสาวในชุดช่างฟ้อนเล็บ มวยผมสูง หน้าขาวซีด สวมเล็บสีทองออกอาละวาดหลอกผู้คน จนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์ ทำเอาชาวบ้านหวาดกลัวกันไปใหญ่ เรวัติเห็นเป็นโอกาสดีเลยเสนอซื้อคุ้มสายคำต่อจากสายไหมทันที ติ่มซำเลยช่วยเรวัติกล่อมให้สายไหมขายบ้านและที่ดินเพื่อจะได้กลับกรุงเทพฯแต่สายไหมและพรรษารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงคอยสังเกตการณ์จนในที่สุดก็จับสาวชาวบ้านที่ปลอมเป็นผีเอื้องจันทร์ได้ หญิงคนนั้นสารภาพว่าเรวัติเป็นคนจ้าง ฝ่ายเรวัติพอรู้ว่าโดนจับได้ก็รีบไปทำลายหลักฐาน ด้วยการเผาหีบเอื้องจันทร์ทันที แต่เรวัติกลับโดนอิทธิฤทธิ์ผีเอื้องจันทร์ทำร้ายจนตาย ด้านสายไหมก็เริ่มโดนผีเอื้องจันทร์ทำร้ายด้วยวิธีการต่างๆ พอเดือนวาดรู้เรื่องผีเอื้องจันทร์มาทำร้ายสายไหมเธอก็สั่งให้บุญตาหาวิธีปราบจนสำเร็จด้วยการสะกดวิญญาณ แล้วเผาทำลายหีบ ทุกคนโล่งใจที่กำจัดผีเอื้องจันทร์ได้ แต่หารู้ไม่ว่าวิญญานของเอื้องจันทร์ได้เข้าสิงสู่ร่างของสายไหมเรียบร้อยแล้ว พรรษาที่กลับกรุงเทพฯ ไปกราบหลวงพ่อวรุณที่รับอุปการะเขาตั้งแต่เด็ก และบังเอิญเล่าเรื่องที่คุ้มสายคำให้หลวงพ่อฟัง จึงได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับเอื้องจันทร์ ทำให้พรรษาเชื่อว่าคนในครอบครัวของสายไหม น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเอื้องจันทร์และเขาต้องสืบหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่สายไหมจะเป็นอันตรายมากกว่านี้ อาทิตย์ต่อมาในงานเดินแฟชั่นผ้าไหมประจำปีของบริษัท ผ้าไหมสายคำ ที่โรงแรมหรู สายไหมกับติ่มซำเป็นคนจัดงานนี้ เมื่อแฟชั่นโชว์ผ้าไหมจบลงก็มาถึงการแสดงชุดพิเศษที่ติ่มซำเตรียมไว้ แต่ทุกคนก็ต้องประหลาดใจที่จู่ๆ ไฟในห้องจัดงานก็ดับลง แล้วเสียงกลองก็ดังก้องกังวาน ปรากฎแสงสว่างที่กลางเวที มีหีบผ้าไหมขนาดใหญ่วางอยู่กลางเวทีท่ามกลางความงงงันของทุกคน แล้วฝาหีบก็เปิดออกร่างของช่างฟ้อนคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากหีบ ทุกคนตกใจมากที่ช่างฟ้อนคนนั้นคือสายไหม เอื้องจันทร์ยึดร่างของสายไหมเพื่อจะทำร้ายทุกคน และเธอตั้งใจจะฆ่าทุกคนที่ทำร้ายเธออย่างสาสม เอื้องจันทร์สิงร่างสายไหมลงมือทำร้ายจนสายคำเป็นอัมพาต ไม่เพียงเท่านั้นยังลงมือฆ่าขวัญเมือง ความแค้นในตัวเอื้องจันทร์สั่งสมมากขึ้นๆ เรื่อยๆ พิมพ์ดาวเองก็ถูกเอื้องจันทร์ทำร้ายจนเสียโฉมเดือนวาดโกรธแค้นผีเอื้องจันทร์มาก หลวงพ่อวรุณไม่อยากให้วิญญาณของเอื้องจันทร์ต้องอยู่กับความอาฆาตพยาบาทอีกต่อไป หลวงพ่อวรุณจึงปรากฏกายทิพย์มาเตือนสติ เอื้องจันทร์ สุดท้ายเอื้องจันทร์ก็ดับความแค้นในใจ ขณะที่เดือนวาดก็ต้องไปชดใช้กรรมในคุก สายไห เสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นพรรษาสัญญากับสายไหมว่าจะดูแลสายไหมตลอดไป ในที่สุดเรื่องราวความแค้นของคุ้มสายคำกับเอื้องจันทร์ก็หมดไปในที่สุด

ขอขอบพระคุณข้อมูลจากhttp://www.sanook.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: