ชีวิต กับ งาน
มันแยกกันไม่ออกหรอกนะ มันต้องมาคู่กัน ชีวิตกับงานเนี๊ยะ…หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ จะบอกให้ ตั้งแต่เกิด เราก็เป็นอุปกรณ์ในการทำงานของพ่อ แม่ และผู้ใหญ่ทั้งหลาย ทำไมผมถึงพูดว่าเราเป็นอุปกรณ์ เพราะว่าถ้าไม่มีเด็กๆ พ่อแม่จะเลี้ยงดูใคร จะต้องทำมาหากินมากมายไปเพื่อใคร นั้นหมายถึงลูกเป็นอุปกรณ์ผลักดันอย่างหนึ่งให้ พ่อแม่ทำงาน ครูบาอาจารย์ ถ้าไม่มีเด็กๆคงไม่มีอาชีพทำ เพราะไม่ต้องมีใครให้สอน พอโตขึ้นถ้าไม่มีพวกเรา งานบริการต่างๆก็คงไม่เกิด เพราะไม่มีใครใช้บริการ และพวกเราก็จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในทุกๆเรื่องที่กล่าวมา แล้วเราจะมาเครียดอะไรนักหนากับการทำงาน ขอให้เราทำในทุกๆส่วนที่รับผิดชอบให้ดีที่สุดก็พอ ทำด้วยความจริงใจให้ผลงานมันออกมาดีแล้วทุกอย่าง ก็จะลงตัว เป็นไปได้ด้วยดี แต่ขอให้จำไว้อย่าง ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะทำงานได้ลำพังด้วยตัวคนเดียว ทุกคนต้องมีเพื่อนร่วมงาน ทุกคนต้องมีTeam ที่จะนำพาพวกเรา และองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
เคยคิดกันบ้างมั๊ยว่า ทำไมงานจึงมีปัญหา? ในความคิดของผมนะที่มีปัญหา ไม่ใช่งาน แต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ หรือผู้ปฏิบัติงาน ฉะนั้นทุกอย่างแก้ไขได้ ตั้งสติแล้วคิดแก้ไข ลงมือทำด้วยความตั้งใจที่จะแก้ไขจริงๆ ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี ผ่านไปได้อย่างสวยงามทุกวัน
ฉะนั้นเลิกกลุ้มเถอะ! เพราะถึงอย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะถอนตัวจากงานได้ มันคงยังต้องอยู่กับเราไปจนวาระสุดท้าย ซึ่งนั้นหมายถึงว่า เราก็จะต้องเป็นอุปกรณ์ในการทำงาน ของพระ และสัปเหรออีกต่อไป จะเห็นได้ว่า “คนเราจะไม่มีค่า ไม่มีความหมายเลย ถ้าไม่มีงาน”
ขอบพระคุณ พ่อและแม่ที่ทำให้มีชีวิต
ขอบคุณองค์กรที่ให้มีงานทำ
คิดดี ทำดี ได้ดี
ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ »
ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ
เขียนความคิดเห็นของคุณ
-
จดหมายเหตุ
- สิงหาคม 2008 (2)
- กรกฎาคม 2008 (12)
- มิถุนายน 2008 (25)
-
หมวดหมู่
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS